วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Fic Jurassic world : What if we love ถ้าพวกเรารักกัน (2)








ตอนที่ 2 : เหล่าเด็กน้อยที่ความคิดช่างไร้เดียงสา





การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย...โดยเฉพาะลูกที่เป็นแร็ปเตอร์


                           ผ่านไป 1 อาทิตย์กับการใช้ชีวิตกับเหล่าแร็ปเตอร์ตัวน้อย โอเว่นแทบจะไม่ได้ออกนอกบ้านเพราะต้องคอยอยู่ดูแลเจ้าตัวเล็กพวกนี้ เวลาขาดเหลืออะไรเขาต้องโทรบอกให้แบร์รี่เพื่อนของเขาเป็นคนหามาให้ พวกแร็ปเตอร์ดูจะติดเขามากจนเกินไป เขาพอจะเข้าใจว่าพวกมันคิดว่าเขาเป็นแม่ของพวกมัน แต่แบบนี้มันก็ไม่ไหวนะ
เวลาโอเวนเดินไปไหนมาไหนพวกแร็ปเตอร์จะเดินตามเขามาติดๆ ขนาดเข้าห้องน้ำยังแทบจะตามเข้ามาด้วย แม้แต่เวลานอนพวกมันยังตามขึ้นมานอนบนเตียงของเขา และที่สำคัญก็คือพวกมันหวงโอเว่นมากๆ

 “บลูอย่า!” โอเวนรีบคว้าตัวบลูไว้ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะพุ่งเข้าใส่แบร์รี่เพื่อนของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกมันยังตัวเล็กอยู่ แต่เรื่องคมเขี้ยวกับแรงกัดเนี้ยคนละเรื่องเลย “ใจเย็นไอ้หนู”

 “ดุกันจริง”

 “เดลต้า อย่าแม้แต่จะคิด เอคโค่ถอยออกมา ชาร์ลี...อย่ากัดเชียวนะ” นอกจากบลูแล้ว แร็ปเตอร์ตัวอื่นๆยังเตรียมจะโจมตีแบร์รี่ได้ทุกเมื่อ โดนเฉพาะชาร์ลีที่ตอนนี้อยู่ใกล้แบร์รี่มากที่สุดและเตรียมจะกัดเขาแล้วถ้าไม่ได้โอเว่นห้ามไว้ก่อน

 “ไหงมาทีไร พวกมันจ้องแต่จะกัดฉันอย่างเดียวล่ะ?”

 “พวกเขาคงยังไม่ชินน่ะ”

 “พวกเขา?”
แบร์รี่สงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะว่าเขาเองก็ไม่ต่างกับโอเว่นที่คิดว่าไดโนเสาร์ทุกตัวในพาร์คจะต้องเป็นตัวเมียหมด

 “เมื่อ 4 วันก่อน พวกเขามีอาการป่วย ฉันเรียกสัตวแพทย์มาตรวจแล้วพบว่า...พวกเขาเป็นตัวผู้หมด 4 ตัว และอาการป่วยเป็นแค่การปรับสภาพร่างกาย” โอเว่นอธิบายพร้อมกับกันแร็ปเตอร์ทั้งสี่ตัวให้ออกมาห่างๆจากแบร์รี่

 “ว้าว ข่าวใหม่ นายได้ลูกชาย”

 “ตลกตายล่ะแบร์รี่”

 “แล้ว เรื่องไข่ อีกสองฟอง”

 “ฉันคงไปเอาได้หรอก” โอเว่นเหลือบตามองแบร์รี่ทีหนึ่งก่อนจะอุ้มแร็ปเตอร์ทั้งสี่ตัวไปวางลงบนที่นอนสุนัขที่เขาให้แบร์รี่ไปซื้อมาให้ “อยู่กันตรงนี้แหละ”
 โอเว่นกับแบร์รี่ปลีกตัวมาคุยกันในห้องครัว โดยที่มีดวงตาสี่คู่จ้องมองมาที่พวกเขาตลอด

 “อ้าว ถ้าเป็นยังงั้นแล้วนายจะทำยังไงล่ะ?” แบร์รี่รับขวดเบียร์มาจากโอเว่นแล้วยกขึ้นดื่ม เขาอดสังเกตไม่ได้ว่า ทุกๆครั้งที่พวกแร็ปเตอร์จู่โจมเขา มันจะเป็นในตอนที่เขาเข้าใกล้โอเว่น  บางทีพวกมันคงจะหวงโอเว่นมาก...มากจนน่ากลัว

 “ฉันบอกเรื่องนี้กับ ดร.วู แล้ว เขาเลยจะให้คนขนย้ายไข่มาให้ฉันแทน” โอเว่นกล่าวก่อนจะยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม ดวงตาเหลือบมองเหล่าแร็ปเตอร์ของเขาที่ทำท่าจะลงจากที่นอนสุนัขแล้ววิ่งตรงมาหาเขา แต่ก็ต้องหยุดเมื่อโอเว่นมองมาแล้วส่ายนิ้ว



ก็อกๆๆ!



     เสียงเคาะหน้าประตูบ้านเรียกความสนใจเหล่าสิ่งมีชีวิตภายในบ้าน พวกแร็ปเตอร์เตรียมวิ่งไปต้อนรับคนแปลกหน้าที่เข้ามาในอาณาเขตของตนแต่ก็ต้องหยุดเพราะโอเว่นส่งเสียงห้าม
โอเว่นเดินไปเปิดประตูก็พบกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์เพาะเลี้ยงที่มีกล่องไม้แบบเดียวกับที่เขาเคยเอามาจากศูนย์เพาะเลี้ยงในมือ

 “มีของมาส่งครับ จากดร.วู” เจ้าหน้าที่จากศูนย์เพาะเลี้ยงส่งกล่องไม้อันนั้นมาให้โอเว่นซึ่งมันหนักมาก หนักจนเขาเกือบทำกล่องหลุดมือ
พอโอเว่นรับกล่องมาแล้ว เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว

 “นั้นอะไรน่ะ?” แบร์รี่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังโอเว่น เขาชะเงื้อมองสิ่งที่โอเว่นกำลังถืออยู่

 “ของจากดร.วู ไข่สองฟองที่เหลือ” โอเว่นกล่าวในขณะที่ยกกล่องไปวางบนเคาท์เตอร์ในครัว

 “มาเร็วจริงๆ ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ มีอะไรขาดเหลือก็โทรบอกฉันเหมือนเดิม” แบร์รี่เดินเข้ามาตบไหล่โอเว่นทีนึง ก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน เหลือทิ้งไว้เพียงโอเว่นกับเหล่าแร็ปเตอร์

 “เอาล่ะ ไหนดูสิ” โอเว่นเปิดกล่องไม้ออกก่อนที่เขาจะหยุดนิ่งไป “โอ้วพระเจ้า ไม่จริงน่า”
โอเว่นช็อกกับสิ่งที่อยู่ในกล่อง ไข่ขนาดใหญ่สองฟอง เหมือนไข่ของแร็ปเตอร์ แต่มันมีขนาดใหญ่กว่ามาก มันมีขนาดใหญ่เท่าไข่ของทีเร็กซ์ซึ่งทำให้โอเว่นคิดหนัก

         ดร.วูไม่ได้บอกว่าไข่อีกสองฟองเป็นของไดโนเสาร์สายพันธุ์อะไร ในตอนแรกเขาคิดว่าอาจจะเป็นของสายพันธุ์แวโรซีแร็ปเตอร์ แต่นี่มันไม่ใช่ โอเว่นไม่อยากคิดมาก แต่เขาคิดว่าไข่สองฟองนี้ไม่น่าจะใช่ไข่ของทีเร็กซ์และมันไม่ใช่ไข่ของแร็ปเตอร์แน่นอน แล้วมันเป็นของไดโนเสาร์สายพันธุ์อะไรล่ะ?

          ความคิดของโอเว่นถูกขัดจังหวะด้วยรอยแตกที่ปรากฏบนเปลือกไข่ฟองหนึ่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเขาเห็นกรงเล็บสีขาวคล้ายสีของกระดูกโผล่ออกมาจากเปลือกไข่และเปลือกไข่มันหลุดออกมากว้างพอที่จะทำให้โอเว่นสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้ชัดเจน ดวงตาสีแดงของสิ่งมีชีวิตข้างในจ้องมองมาที่เขา ทำเอาโอเวนหยุดหายใจไปชั่วครู่ เพียงพริบตา เจ้าไดโนเสาร์ตัวน้อยก็ออกมาสู่โลกกว้าง สิ่งแรกที่มันทำคือยืนขึ้นแล้วมองมาที่โอเว่น
โอเว่นเพิ่งมาสังเกตเห็นตัวหนังสือที่ถูกเขียนไว้ข้างกล่องไม้ว่า “อินดอมินัสเร็กซ์” เท่าที่เขารู้ มันไม่มีไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้...นอกจาก...

 “เอาจริงดิ” โอเว่นพึมพำ เขามองสำรวจไดโนเสาร์ตัวใหม่ของเขาที่มีสีขาวเหมือนกระดูก มีจุดสีเทากระจายตั้งแต่ส่วนหัวลงมาตลอดจนถึงหางของมัน มีหนาวเล็กๆเต็มแผ่นหลังของมันและที่สำคัญมันมีเขา ฟันและกรงเล็บคมกริบ แต่ที่ทำให้โอเว่นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีก็คือส่วนของมือที่มี 5 นิ้ว มันเหมือนของแร็ปเตอร์ของเขาซึ่งกับพวกบลู เขายังไม่คิดอะไรมาก แต่พอมาเห็นของอินดอมินัสเร็กซ์มันทำให้เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับมัน

ก็ส่วนมือที่มีนิ้ว 5 นิ้วนั้นมันดูคล้ายกับมือของมนุษย์

     ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรต่อ เสียงแตกของไข่อีกใบก็ดึงความสนใจจากทั้งเขาและอินดอมินัสเร็กซ์อีกตัวให้หันไปมอง กรงเล็บสีขาวทะลุออกมาจากเปลือกไข่และโอเว่นสังเกตว่า เจ้าตัวนี้ไม่เหมือนกับตัวแรก สีขาวของมันเหมือนสีขาวของหิมะมากกว่ากระดูก มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บทำหน้าที่ดึงเปลือกไข่ออกจากตัวจนกระทั่งส่วนหัวโผล่ออกมา แต่ก็ยังมีเปลือกไข่ติดอยู่บนหัวของมัน

โอเว่นอดหัวเราะไม่ได้เพราะมันดูเหมือนเจ้าตัวเล็กกำลังใส่หมวกอยู่ อินดอมินัสเร็กซ์ตัวใหม่พยายามสลัดเปลือกไข่ที่อยู่บนหัวของมันออกซึ่งมันเปล่าประโยชน์ มันหยุดการกระทำของมันแล้วหันมองหาที่มาของเสียง ซึ่งเสียงที่ว่าก็คือเสียงหัวเราะของโอเว่น

โอเว่นยิ้มก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปดึงเปลือกไข่ออก เขาค่อนข้างระแวงนิดๆว่าอินดอมินัสเร็กซ์ตัวแรกจะกัดเขารึไม่ แต่มันไม่กัด มันทำเพียงแค่จ้องมองการเคลื่อนไหวของมือของเขาอย่างสนอกสนใจ เมื่อเขาดึงเปลือกไข่ออกแล้ว เขาก็พบว่าอินดอมินัสเร็กซ์ตัวนี้มีดวงตาสีเดียวกับตัวพี่ของมัน แม้ว่าตาคู่นี้จะดูเป็นประกายมากกว่าก็ตาม อินดอมินัสเร็กซ์ทั้งสองจ้องมองมาที่เขาตาแป๋วเหมือนพวกแร็ปเตอร์ที่พอเกิดมาก็เห็นเขาเป็นคนแรก

 “ใจเย็นๆ ไม่เป็นไร” โอเว่นอุ้มทั้งสองลงมาวางลงบนพื้นซึ่งมีพวกแร็ปเตอร์มายืนจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว 

 “อย่าทำอะไรน้องใหม่ล่ะพวกนาย”

พวกแร็ปเตอร์ไม่ได้มีอาการเหมือนพวกอินดอมินัสเร็กซ์เป็นศัตรู พวกมันทำเพียงแค่ส่งเสียงคุยกันสักพักใหญ่ก่อนทั้งฝูงจะมองมาที่โอเว่น ซึ่งมันทำเขารู้สึกขนคอลุกนิดหน่อย



.
.
.



        เขาไม่ชอบไอ้คนๆนี้ มันเข้าใกล้แม่ของเขามากจนเกินไป

 “กัดมันเลยดีมั้ยบลู” ชาร์ลีถามเขา เจ้านี่เป็นน้องชายเล็กของฝูงของเขา แต่ลำดับในฝูงคือเป็นที่สองรองจากเขา ที่จริง ก่อนหน้านี้เขาเป็นสัตว์เพศเมีย แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นเพศผู้เสียอย่างงั้น ไม่รู้ทำไม แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

 “เอาเลย” บลูสั่ง ทั้งสี่ตัวเตรียมพุ่งเข้าไปกัดเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อแบร์รี่ แต่ก็ดันมีด่านที่ทำให้พวกเขาผ่านไปไม่ได้...

 “บลูอย่า!” โอเวนคว้าตัวเขาไว้ก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวแบร์รี่ ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขายังตัวเล็กอยู่ แต่เรื่องคมเขี้ยวกับแรงกัดเนี้ยคนละเรื่องเลย “ใจเย็นไอ้หนู”

 “แม่” ถึงจะขัดใจ แต่การได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่ช่วยลดอาการขัดใจจนหายเป็นปลิดทิ้ง   ถือว่าครั้งนี้มันรอดตัวไป เพราะเขามีอย่างอื่นให้สนใจมากกว่า อ่า กลิ่นตัวแม่นี่หอมจังเลย

 “ดุกันจริง”

 “เดลต้า อย่าแม้แต่จะคิด เอคโค่ถอยออกมา ชาร์ลี...อย่ากัดเชียวนะ” ตัวอื่นๆที่ใกล้เข้าถึงแบร์รี่โดนแม่กันออกมาห่างๆหมด ชาร์ลีเกือบจะได้กัดมันแล้วเชียว ถ้าแม่ไม่ห้ามนี่ มันเสร็จแน่!

 “ไหงมาทีไร พวกมันจ้องแต่จะกัดฉันอย่างเดียวล่ะ?” ...เพราะแกเข้ามาใกล้แม่ของพวกเรา...

 “พวกเขาคงยังไม่ชินน่ะ” ...อีกกี่ครั้งก็ไม่ชินหรอกแม่...

 “พวกเขา?”

 “เมื่อ 4 วันก่อน พวกเขามีอาการป่วย ฉันเรียกสัตวแพทย์มาตรวจและพบว่า...ตัวผู้หมด 4 ตัว และอาการป่วยเป็นแค่การปรับสภาพร่างกาย” บลูและน้องๆถูกแม่อุ้มออกมาห่างๆแบร์รี่ ซึ่งการสัมผัสของแม่ทำให้พวกเขาสงบลงเยอะ

 “ว้าว ข่าวใหม่ นายได้ลูกชาย”

 “ตลกตายล่ะแบร์รี่”

 “แล้ว เรื่องไข่ อีกสองฟอง”

 “ฉันคงไปเอาได้หรอก” โอเว่นเหลือบตามองแบร์รี่ทีหนึ่งก่อนจะอุ้มแร็ปเตอร์ทั้งสี่ตัวไปวางลงบนที่นอนสุนัขที่เขาให้แบร์รี่ไปซื้อมาให้ “อยู่กันตรงนี้แหละ”

โอเว่นกับแบร์รี่ปลีกตัวมาคุยกันในห้องครัว โดยที่พวกเขาทำได้แค่มองตามตาปริบๆ

 “ไข่อีกสองฟองที่ว่านี่คือ เรากำลังจะได้น้องใหม่งั้นเหรอ?” เดลต้าหันมาถาม ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไรที่พวกเขาจะมีน้องใหม่เพิ่ม มันอาจเป็นเรื่องดีที่มีสมาชิกในฝูงเพิ่มขึ้น แต่ถ้าต้องมาสู้กันเพื่อแย่งแม่นี่ก็ไม่ไหวนะ เพราะบลูเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถชนะได้ต่อไปไหม ถ้าวันไหนเขาแพ้ เขาจะต้องกลายเป็นตัวที่สองที่ได้ผสมพันธุ์กับแม่ แบบนั้นไม่เอานะ!!

 “เดี๋ยว งั้นก็แปลว่า แม่จะออกไข่งั้นสิ?” คำถามของชาร์ลีทำให้พี่ๆทั้งสามหันมามองน้องเล็ก

 “แล้วใครเป็นพ่อของลูกล่ะ? ไม่สิ ต้องถามว่า ใครทำแม่ท้อง!!” เอคโค่ร้องก่อนที่ทั้งหมดจะหันไปมองแบร์รี่เป็นตาเดียวกัน


...แกงั้นเหรอ!!!...


ทั้งสี่ตัวเตรียมพุ่งไปฟัดแบร์รี่ แต่ก็ต้องหยุดเมื่อโอเว่นมองมาที่พวกเขาแล้วทำนิ้วมือส่ายไปมาเป็นการห้าม




ก็อกๆๆ!




       เสียงแปลกๆหน้าประตูเป็นสัญญาณเตือนสำหรับพวกเขาว่ากำลังจะมีผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขา บลูและน้องๆเตรียมวิ่งไปต้อนรับเจ้าผู้บุกรุกที่ว่า แต่ก็ต้องหยุดเพราะโอเว่นส่งเสียงห้าม
มีสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าตัวหนึ่งกำลังส่งอะไรสักอย่างให้แม่ก่อนที่มันจะจากไป เจ้าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อแบร์รี่ไปหยุดยืนอยู่ข้างหลังแม่แล้วพูดอะไรสักอย่างกับแม่ก่อนที่มันจะสัมผัสไหล่ของแม่แล้วจากไป


...ไปเสียได้ก็ดี!!...


        แม่ถือเจ้าสิ่งที่ทำจากไม้นั้นเข้ามาในถ้ำ(บ้าน)แล้วเอามันไปวางไว้ในห้องอาหาร แม่มีสีหน้าแปลกๆเมื่อมองเจ้าสิ่งนั้น
พวกเขาทั้งสี่เดินเข้ามาใกล้แม่ กลิ่นบางอย่างแตะจมูกเหมือนกับ...

 “กลิ่นเหมือนไข่เลย” เดลต้าพึมพำ

“กลิ่นเหมือนไข่ของพวกเรา แต่ มีอะไรแปลกๆ” เอคโค่หันไปพูดกับเดลต้า

 “ถ้างั้น นี่ก็เป็นไข่สองฟองที่ว่านั้นสิ” เดลต้ากล่าว

 “ฉันนึกว่าแม่จะออกไปเสียอีก?” ชาร์ลีกล่าวอย่างงงๆซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ๆอีกสามตัวของเขา

 “ฉันก็คิดว่าแม่จะต้องวางไข่เสียอีก หรือว่าการออกไข่ที่ว่าคือการที่มีตัวอะไรสักอย่างเอาไข่มาให้ที่หน้าถ้ำ(บ้าน)งั้นเหรอ?” เอคโค่พูดเหมือนจะเข้าใจ แต่ตัวเขาเองก็ยังงงๆอยู่ดี

 “อย่างงี้นี่เอง จะได้ลูกทั้งทีต้องรอให้ตัวอะไรเอาไข่มาให้ที่หน้าถ้ำ(บ้าน)งั้นสินะ” เดลต้าพูดเหมือนจะเข้าใจ แต่บลูกับชาร์ลีรู้สึกว่ามันไม่ใช่ยังไงไม่รู้

 “แน่ใจนะว่าพวกนายเข้าใจถูก” บลูถาม

 “ใครน่ะ?” เสียงไม่คุ้นทำให้แร็ปเตอร์ทั้งสี่ตัวมองหาที่มาของเสียง พวกเขาหันไปมองโอเว่นที่เหมือนกับกำลังมองอะไรสักอย่างอยู่

 “แม่มองอะไรน่ะ?” ชาร์ลีถาม

 “จะรู้มั้ยล่ะก็ยืนอยู่ด้วยกันเนี้ย” เอคโค่ตอบและพยายามชะเงื้อคอมองว่าแม่ของพวกเขากำลังมองอะไรอยู่
เสียงอะไรบางอย่างเหมือนเสียงอะไรแตกดังขึ้นสักพักแล้วก็ตามมาด้วยเสียง “ทำไมมันมืดจัง? ใครก็ได้เอามันออกไปจากหัวฉันที”


...ใครวะ...


     ทั้งสี่ตัวต่างรู้สึกสงสัยกับเสียงที่ไม่คุ้นเคยเหล่านั้น สักพักแม่ก็หัวเราะและยิ้ม ซึ่งมันยิ่งทำให้พวกเขาสงสัย  แต่ตอนแม่หัวเราะและยิ้มนี่ก็น่ามองนะ

สักพักโอเว่นก็อุ้มตัวอะไรก็ไม่รู้ลงมาวางตรงหน้าพวกเขา พวกมันดูตัวใหญ่กว่าพวกเขามาก ตัวหนึ่งสีคล้ายกระดูกไก่ที่พวกเขาเคยแทะส่วนอีกตัวสีขาวเหมือนหิมะที่พวกเขาเคยเห็นผ่านกล่องสี่เหลี่ยมที่แม่เรียกมันว่าทีวี อ้อ เรื่องออกไข่กับผสมพันธุ์และความรู้อีกมากมายพวกเขาก็รู้ผ่านไอ้กล่องเนี้ยแหละ

 “อย่าทำอะไรน้องใหม่ล่ะพวกนาย” โอเว่นกล่าว

 “น้อง” ทั้งสี่ตัวหันมาพูดพร้อมกันก่อนจะหันไปมองไอ้สองตัวนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกมันไม่มีส่วนไหนเหมือนเขาเลยสักนิด ถึงพวกเขาจะไม่รู้สึกว่าพวกมันเป็นศัตรู แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าพวกมันเป็นพี่น้องหรืออะไรพวกนั้น

 “เอาล่ะฟังนะ ฉันเป็นเบต้าของที่นี่ และเป็นพี่ใหญ่ของฝูง พวกนายเพิ่งมาใหม่ จึงต้องเป็นน้องเล็กของฝูง เข้าใจมั้ย” บลูก้าวออกมาพูดกับทั้งสองตัว ไอ้ตัวขาวมองเขาแต่เขาไม่รู้สึกว่ามันเป็นอันตรายเท่าไอ้ตัวสีขาวกระดูกไก่นี่

 “ใครเป็นอัลฟ่า?” ไอ้ตัวกระดูกไก่ถาม

 “คนที่นายเห็นเป็นคนแรกนั้นไงล่ะ และเขาเป็นแม่ของพวกเรา”

 “แม่เรอะ? เขาไม่เห็นจะเหมือนพวกเราตรงไหนเลย แถมยังดูอ่อนแออีกด้วย เขาจะเป็นอัลฟ่าได้ยังไง?”
คำถามของไอ้ขาวกระดูกไก่ทำเอาบลูไม่สามารถตอบได้ ตัวเขากับน้องๆเองก็ไม่เคยคิดถึงข้อนี้มาก่อน แต่เขาไม่คิดจะใส่ใจมัน ถ้ามันมาถามกันแบบนี้แปลว่ามันคิดจะทำร้ายแม่สินะ

 “ถามแบบนี้นายคิดจะเป็นอัลฟ่ารึไง?”

 “ก็ใช่”

 “คิดจะทำร้ายแม่เรอะ”

 “...ก็...ไม่นี่ การจะเป็นอัลฟ่า ไม่จำเป็นจะต้องทำร้ายอัลฟ่าตัวเก่าเสียหน่อย”

 “แล้วนายคิดจะทำอะไรไม่ทราบ?”

 “นั้นสินะ ผสมพันธุ์กับอัลฟ่าเป็นไงล่ะ”

 “ว่าไงนะ!!

      คำตอบของไอ้กระดูกไก่ทำเอาบลูและน้องๆถึงกับเดือด เอคโค่เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าใส่มันได้ทุกเมื่อแต่ก็โดนเดลต้าเอาสะโพกกระแทกเป็นการเตือนและห้ามกรายๆ

 “ก็ตามนั้น เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเป็นอัลฟ่า และเจ้านี่ นายเรียกมันว่าแม่สินะ หึ และแม่จะต้องเป็นคู่ของฉัน ฉันจะเป็นตัวแรกที่ผสมพันธุ์กับแม่”

 “ไม่มีวันเสียหรอก! ฉันเป็นเบต้าและฉันเกิดก่อนพวกนาย ตัวแรกที่จะได้ผสมพันธุ์กับแม่คือฉัน!

 “อย่าคิดเองเออเองดีกว่าน่าไอ้เปี๊ยก”

 “แกนั้นแหละอย่าคิดเองเออเอง ไอ้กระดูกไก่”

 "ไม่รู้หรอกนะว่ามันแปลว่าอะไร แต่ฉันไม่ชอบ”

 “นี่ๆ พวกนายจะทะเลาะกันทำไมน่ะ? ยังไงสะพวกนายก็มีจุดประสงค์จะผสมพันธุ์กับอัลฟ่าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่แบ่งกันล่ะ”

คำพูดของไอ้ขาวหิมะทำให้ทั้งฝูงหันมามอง

 “อืม ก็ได้ยุ...”

 “ไม่ได้โว้ย!!

         ทั้งบลูและไอ้กระดูกไก่ตอบพร้อมกันก่อนจะหันมามองหน้ากันปานจะกินเลือดกินเนื้อ ทำให้เดลต้าที่เป็นตัวที่ตอบว่าก็ได้รีบหุบปากที่กำลังจะพูดต่อทันที

 “ตามใจพวกนาย ไม่ว่าพวกนายตัวไหนจะได้ผสมพันธุ์กับอัลฟ่าเป็นตัวแรก ฉันก็ขอ บอกไว้เลยว่าตัวต่อไปที่จะผสมพันธุ์กับอัลฟ่าคือฉัน”

 “ก็ตามใจนายน้องชาย หาช่องว่างจากฉันให้ได้ล่ะ”

 “งั้นอย่าเผลอ เพราะถ้านายเผลอเมื่อไรล่ะก็ อัลฟ่าจะกลายเป็นของฉัน”

 “พวกแกสองตัวเลิกพูดเองเออเองสักทีได้มั้ย!!

 “อัลฟ่าเป็นของพวกเรานะ พวกเรามาก่อน เกิดก่อน ตามลำดับการเกิดการเข้าฝูงสิวะ”

 “เห้ยชาร์ลี ถ้างั้นนายก็ไม่ใช่ตัวที่สองที่จะได้ผสมพันธุ์กับอัลฟ่าแล้วล่ะ เพราะว่าฉันเกิดก่อนนาย ฉันจะต้องได้ผสมพันธุ์ก่อนนาย”

 “อย่ามาเอคโค่ นายลำดับสุดท้ายในฝูง แต่ก่อนสองตัวนั้นแน่นอน”

 “ไม่รู้แหละยังไงอัลฟ่าก็ต้องเป็นของพวกเรา”

 “พวกเราฝูงเดียวกันแล้วนะ ก็แบ่งๆกันสิ”

 “...”

 “...”

ทั้งฝูงเงียบไปสักพัก คิดกันอย่างหนักว่าจะแบ่งอัลฟ่าด้วยกันดีมั้ย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ...
ทั้ง 6 ตัวหันมามองโอเว่นด้วยสายตาที่มุ่งมั่นแน่วแน่


...อัลฟ่าจะต้องเป็นของพวกเขา!!...




















TBC.






















วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Fic Jurassic world : What if we love ถ้าพวกเรารักกัน (1)








ตอนที่ 1 : คุณแม่มือใหม่กับน้องหนูสีน้ำเงิน





โอเวนไม่แน่ใจว่าเขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่จำได้ หลังจากจัดการหาที่ทางให้ไข่ทั้ง 4 ฟองเสร็จเขาก็จัดการกิจวัตรประจำวันของตัวเองนิดๆหน่อยๆแล้วเข้านอน ซึ่งเข้านอนที่ว่าคือ เขาต้องมานอนข้างๆไข่
จากการแนะนำของดร.อลัน...หรือจะต้องบอกว่ามันคือการยุยงปนบังคับกลายๆ ก่อนที่เขาจะไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้อีกเลย เขาเชื่อใจอลัน อีกฝ่ายเป็นคนดีและเป็นเพื่อนที่ดี เขาน่าจะได้ทำความรู้จักกับอลันมากกว่านี้ถ้าพวกเขาสามารถติดต่อกันได้
โอเวนลืมตาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว เขานอนคิดถึงเรื่องของเขากับอลันก่อนที่จะมาอยู่เกาะนี้ และได้แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายหายไปไหน แต่นอนคิดได้ไม่นานเสียงเหมือนอะไรบางอย่างดัง ป็อกหรือเสียงเหมือนใบไม้แห้งกำลังแตกก็ดังขึ้นมา มันดังมาจากไข่ฟองหนึ่งที่กำลังขยับราวกับมีอะไรข้างในกำลังดิ้น
สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นพยายามจะดิ้นให้หลุดออกมาจากเปลือกไข่ของมัน ต้องชื่นชมในความพยายามของมัน ที่สามารถทำให้เปลือกไข่ร้าวและแตกได้ ส่วนที่เป็นมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดอย่างสัตว์เลื้อยคลานและกรงเล็บโผล่ออกมาข้างหนึ่ง
โอเวนอยากจะช่วยแต่ทว่าเขาทำได้เพียงแค่นั่งลุ้นอยู่ข้างๆ เขาเชื่อว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องสามารถดิ้นจนหลุดออกมาได้
มันดิ้นไปดิ้นมาสักพักจนกระทั่งไข่กลิ้งลงมาตกอยู่ข้างตัวโอเวน เปลือกไข่ค่อยๆหลุดออกทีนิดๆจนกระทั่งเปลือกไข่ทั้งหมดได้แยกออกจากกันหรือแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันไม่ได้ปกปิดร่างของสิ่งที่อยู่ข้างในอีกต่อไปทำให้ร่างของลูกไดโนเสาร์ตัวน้อยได้มานอนกองอยู่บนพื้นบ้านของโอเวน ลูกแร็ปเตอร์ตัวจิ๋วนอนนิ่งเพื่อปรับสภาพตัวเองสักพักก่อนที่ตัวมันจะค่อยๆลุกขึ้นยืน ดวงตาสีทองกลมโตจ้องมองมาที่เขา
ทันทีที่โอเวนได้สบตากับแร็ปเตอร์ตัวน้อย เขาบอกได้เลยว่าเขาตกหลุมรักเจ้าตัวน้อยนี่เขาซะแล้ว โอเวนไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดว่าพวกมันเป็นยังไง แต่เขาคิดว่ามันน่ารักมาก ดวงตากลมโตที่จ้องมองมาทำเอาใจเขาละลาย เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนลูกแมวตัวน้อยๆจ้องมองมากกว่าจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตล้านปีที่สุดแสนอันตรายกำลังจ้องมองเขาอยู่เสียอีก
โอเวนสังเกตเห็นลายลากยาวสีฟ้าข้างลำตัวที่เริ่มตั้งแต่หัวไปจนสุดปลายหาง มันทำให้เขาเริ่มเรียกเจ้าตัวเล็กนี่ว่า “บลู”
ใช่ เขาตั้งชื่อให้แร็ปเตอร์ ...บ้ามากๆ





“รอก่อนนะบลู” หลังจากที่เกิดได้ไม่นาน บลูก็สามารถเดินได้แล้วซึ่งโอเวนไม่ได้แปลกใจเท่าไร บลูเดินตามเขาต้อยๆเหมือนลูกเป็ดที่เดินตามแม่
จากที่ดร.วูบอก ไดโนเสาร์ทุกๆตัวบนเกาะแห่งนี้จะเกิดมาเป็นเพศเมียหมดทุกตัว แล้วจะกลายเป็นตัวผู้ทีหลังซึ่งจะกลายเป็นตัวผู้เองหรือเพราะโดนฉีดฮอร์โมนนั้นก็อีกเรื่องนึง
 ถ้าเป็นแบบนั้น งั้น...บลูก็เป็นตัวเมีย...หรือเปล่า?...
โอเวนหั่นเนื้อหมูที่เจอในตู้เย็นออกเป็นชิ้นเล็กๆ ในขณะที่บลูยืนจ้องมองเขาตาแป๋ว มีการส่งเสียงเป็นพักๆและในบางครั้งบลูก็เอาหัวของมันมาถูที่บริเวณขาของโอเวน ซึ่งมันยิ่งทำให้เขารู้สึกเอ็นดูบลูเป็นร้อยเท่าพันเท่า
พอโอเวนหั่นเนื้อเสร็จ เขาก็นำมันมาใส่ในชามสแตนเลดก่อนที่เขาจะย่อตัวลงนั่งให้อยู่ในเดียวกับบลู แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็ยังสูงกว่าบลูอยู่ดี
บลูที่เห็นโอเวนย่อตัวลงมานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าก็รีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนตักของโอเวนทันที โอเวนรู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่ก็แค่แปบเดียวเมื่อบลูนำหัวของตนมาถูที่อกของโอเวนอย่างออดอ้อนทำเอาชายหนุ่มแทบหัวใจละลายไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูของบลู
โอเวนค่อยๆหยิบชิ้นเนื้อมาป้อนบลูซึ่งเจ้าตัวเล็กกินเนื้อหมูที่โอเวนหั่นจนหมดชาม ซึ่งพอกินเสร็จเจ้าตัวน้อยก็หลับไปทันที 
ท่าทางไร้พิษสงของบลูทำให้โอเวนเผลอลูบหัวบลูด้วยความที่ลืมไปว่า เจ้าสิ่งที่เขากำลังลูบหัวอยู่นั้นไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่ไหน หากแต่เป็นลูกแร็ปเตอร์ต่างหาก จนพอได้สติโอเวนก็ต้องมาลองนั่งนึกดูดีๆ
มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยและโล่งใจมากๆในคราเดียวกันที่ไม่โดนแวโลซีแร็ปเตอร์แรกเกิดกัดเอา 
ถึงแม้ว่าบลูจะเป็นแร็ปเตอร์แรกเกิด แต่ฟันที่อยู่ในปากของเจ้าตัวเล็กนั้น คมพอๆกับฟันฉลามเลยก็ว่าได้
ในตอนที่ป้อนเนื้อให้กับบลู เขารู้สึกเสียวมือทุกครั้งเพราะกลัวว่าจะเผลอโดนบลูกัดเอา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้กัดอย่างที่เขากลัวสักครั้ง มันทำให้โอเวนคิดว่าที่แร็ปเตอร์น้อยดูเชื่องกับเขามากกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะการผ่าตัดของดร.วูก็เป็นได้ ...หรืออาจจะไม่ใช่  แต่โอเวนไม่อยากเข้าข้างตนเองเพราะว่าเขาไม่เคยฝึกสัตว์หรือได้ใกล้ชิดกับสัตว์ชนิดไหนมากๆมาก่อน...ยิ่งเป็นแร็ปเตอร์แล้วยิ่งไม่เคย แต่จากที่อลันเล่าให้ฟังว่าพวกมันดุร้ายและร้ายกาจมากแค่ไหน เขาก็ทั้งนอนทั้งนั่งทำใจนับครั้งไม่ถ้วนเรื่องการโดนลูกแร็ปเตอร์กัดมือเอาแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลมากไป และไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว
เสียงร้องครางแหลมๆ ฟังดูคล้ายเสียงลูกจระเข้ดังขึ้นเรียกความสนใจของโอเวน เขาก็พบว่า บลูตื่นแล้ว บลูจ้องเขาตาแป๋ว เหมือนกับต้องการอะไรบางอย่าง แต่โอเวนไม่อาจเข้าใจได้
“ไงบลู” โอเวนกล่าวแล้วลูบหัวบลูทำให้เจ้าตัวเล็กกระดิกหางไปมา แลดูคล้ายลูกสุนัขก็ไม่ปาน มันทำให้โอเวนยิ้ม “หวังว่าเธอจะชอบชื่อของเธอนะ”
บลูเงยหน้ามองโอเวนแล้วเอียงคอ ทำท่าทางดูคล้ายกับไม่เข้าใจ แววตาของเจ้าตัวเล็กบ่งบอกถึงความงงงวยจนโอเวนหัวเราะ
“ช่างมันเถอะ ฉัน โอเวน เกรดี้ เป็น...ครอบครัวของเธอ” โอเวนค่อนข้างกระอักกระอ่วนถึงสถานะของเขากับแร็ปเตอร์พวกนี้ พวกมันเห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด เขาดูเหมือนจะเป็นแม่ของพวกมัน...แต่นั้นฟังดูขนลุกยังไงก็ไม่รู้ ก็นะ เขาเป็นผู้ชาย จะมาถูกเรียกว่าแม่จ๋าอะไรนั้นมันก็กระไรอยู่ และเขาจะต้องเป็นคนฝึกของพวกมัน เขาก็จะต้องเป็นหัวหน้าทีมของพวกมัน แต่แบบนั้นมันดูเหมือนว่าเขามีอำนาจและอาจจะถูกท้าชิงอำนาจเมื่อไรก็ได้ถ้าเป็นหัวหน้า ดังนั้นการเป็นครอบครัวเดียวกัน ดูจะดูดีกว่า...แต่ไม่ใช่สำหรับบลู
.
.
.

ครั้งแรกที่เธอลืมตาขึ้นมาดูโลก ภาพแรกที่เธอเห็นคือสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะแตกต่างจากเธอ แต่เด็กที่เพิ่งเกิดอย่างเธอจะไปใส่ใจเรื่องความแตกต่างแบบนั้นทำไมกัน
แม่” เธอส่งเสียงร้องเรียก ด้วยสัญชาตญาณ เธอพยายามก้าวขาออกเดิน ในครั้งแรก เธอเดินเซไปเซมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าแม่ของเธอ
“แม่จ๋า” เธอร้องอีกครั้ง ร้องเรียกอีกฝ่ายที่มองมาทางเธอด้วยสายตาอบอุ่น
“สวัสดี บลู” นั้นคือสิ่งแรกที่เธอได้ยินจากแม่ของเธอ...บลู...คือชื่อของเธอ สิ่งที่แม่จะใช้เรียกเธอ และเธอจะจำมันไว้ “เดี๋ยวฉันมานะ รออยู่ตรงนี้ก่อน”
ถึงแม้ว่าโอเวนจะพูดเช่นนั้น แต่บลูก็ยังคงเดินตามเขาอยู่ดี ด้วยความที่เธอยังไม่ชินกับการเดิน ทำให้เธอยังคงเดินเซอยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่นาน พอบลูเดินได้คล่อง เธอก็แทบจะวิ่งตามโอเวนเข้ามาในครัว
“แม่” บลูเงยหน้าขึ้นมองแม่ของเธอที่ตัวสูงและตัวใหญ่กว่าเธอมาก มันทำให้เธอรู้สึกว่าการได้อยู่ใกล้ๆแม่นั้นปลอดภัยและอบอุ่น “แม่สนใจหนูหน่อย”
ด้วยความที่เธอไม่รู้ว่าแม่ของเธอไม่เข้าใจภาษาที่เธอกำลังพูดทำให้บลูยังคงร้องเรียกความสนใจจากแม่ของเธออยู่เรื่อยๆ  บลูเดินตามโอเวนตลอดรวมไปถึงยืนเฝ้าอีกฝ่ายหั่นเนื้อ กลิ่นหอมๆของเนื้อหมูสดทำเอาบลูน้ำลายไหล
“รอก่อนนะบลู” บลูที่ได้ยินแบบนั้นคิดไปว่า แม่กำลังหาอาหารให้ตนหรือกำลังทำอะไรสักอย่าง และเธอต้องรออย่างที่แม่บอก กลิ่นแรกที่เธอได้สัมผัสคือกลิ่นกายของโอเวน กลิ่นกายของเขามันช่างหอมหวน แต่ไม่เหมือนกับกลิ่นเนื้อในตอนนี้ กลิ่นมันแตกต่างกัน และเธอชอบที่จะสูดดมกลิ่นกายของโอเวนแต่ที่ชอบที่สุดก็คือการได้อยู่ใกล้ชิดกับโอเวน มันจึงทำให้บลูรีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนตักของโอเวนทันทีที่อีกฝ่ายนั่งลง บลูอยากอยู่ใกล้ๆโอเวน นั้นไม่ใช่สัญชาตญาณแต่เป็นความรู้สึก
ด้วยความที่เพิ่งเกิด เนื้อหมูที่โอเวนหั่นให้กินจึงเป็นอาหารมื้อแรกของบลู คำแรกที่โอเวนป้อนให้กิน บลูรู้สึกว่ามันเป็นเนื้อที่อร่อยมาก และยิ่งมีโอเวนป้อนให้ มันยิ่งทำให้เธอมีความสุข
พอบลูกินจนเสร็จ เธอก็พล่อยหลับไปคาตักของโอเวน ในตอนที่หลับ เธอรับรู้ได้ถึงมือที่กำลังลูบสัมผัสที่หัวของเธอ บลูชอบมัน มันทำให้เธอรู้สึกสบาย แต่จู่ๆ แม่ก็หยุดลูบหัวเธอ ทำให้เธอลืมตาตื่นมามองหน้าแม่ที่ทำหน้าเหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่
“แม่หยุดทำไม?” บลูส่งเสียงถาม แต่เสียงของเธอมันฟังดูคล้ายเสียงครางของลูกจระเข้ เสียงนั้น ทำให้โอเวนหันมาสนใจบลูที่กำลังจ้องเขาตาแป๋ว
“ไงบลู” โอเวนกล่าวแล้วลูบหัวบลูอีกครั้ง มันทำให้บลูมีความสุข “หวังว่าเธอจะชอบชื่อของเธอนะ”
บลูไม่เข้าใจในสิ่งที่โอเวนถาม ทำไมเธอจะไม่ชอบ ก็มันเป็นสิ่งที่แม่ใช้เรียกและแม่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้ทุกครั้ง...จะมีแค่เธอที่ถูกแม่เรียกด้วยชื่อนี้...
บลูไม่แน่ใจว่าเธอแสดงสีหน้ายังไง แต่มันทำให้แม่ของเธอหัวเราะ...แม่ดูดีเวลายิ้มนะ...
“ช่างมันเถอะ ฉัน โอเวน เกรดี้ เป็น...ครอบครัวของเธอ” ...โอเวน...นั้นคือชื่อของแม่...
...ครอบครัว...คือฝูงสินะ...
แม่คือครอบครัวของเธอ...แม่คือฝูงของเธอ...แม่เป็นของเธอ...โอเวนเป็นของเธอ...












TBC.









+++++++++++++++++++





ปล.ถ้าคิดว่านี่คือฟิครักแบบNormalล่ะก็คุณกำลังคิดผิดอน่างมหันต์!!!