ตอนที่ 1 : คุณแม่มือใหม่กับน้องหนูสีน้ำเงิน
โอเวนไม่แน่ใจว่าเขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไร
เท่าที่จำได้ หลังจากจัดการหาที่ทางให้ไข่ทั้ง 4
ฟองเสร็จเขาก็จัดการกิจวัตรประจำวันของตัวเองนิดๆหน่อยๆแล้วเข้านอน
ซึ่งเข้านอนที่ว่าคือ เขาต้องมานอนข้างๆไข่
จากการแนะนำของดร.อลัน...หรือจะต้องบอกว่ามันคือการยุยงปนบังคับกลายๆ
ก่อนที่เขาจะไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้อีกเลย เขาเชื่อใจอลัน
อีกฝ่ายเป็นคนดีและเป็นเพื่อนที่ดี
เขาน่าจะได้ทำความรู้จักกับอลันมากกว่านี้ถ้าพวกเขาสามารถติดต่อกันได้
โอเวนลืมตาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว
เขานอนคิดถึงเรื่องของเขากับอลันก่อนที่จะมาอยู่เกาะนี้
และได้แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายหายไปไหน แต่นอนคิดได้ไม่นานเสียงเหมือนอะไรบางอย่างดัง
ป็อกหรือเสียงเหมือนใบไม้แห้งกำลังแตกก็ดังขึ้นมา
มันดังมาจากไข่ฟองหนึ่งที่กำลังขยับราวกับมีอะไรข้างในกำลังดิ้น
สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นพยายามจะดิ้นให้หลุดออกมาจากเปลือกไข่ของมัน
ต้องชื่นชมในความพยายามของมัน ที่สามารถทำให้เปลือกไข่ร้าวและแตกได้
ส่วนที่เป็นมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดอย่างสัตว์เลื้อยคลานและกรงเล็บโผล่ออกมาข้างหนึ่ง
โอเวนอยากจะช่วยแต่ทว่าเขาทำได้เพียงแค่นั่งลุ้นอยู่ข้างๆ
เขาเชื่อว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องสามารถดิ้นจนหลุดออกมาได้
มันดิ้นไปดิ้นมาสักพักจนกระทั่งไข่กลิ้งลงมาตกอยู่ข้างตัวโอเวน
เปลือกไข่ค่อยๆหลุดออกทีนิดๆจนกระทั่งเปลือกไข่ทั้งหมดได้แยกออกจากกันหรือแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มันไม่ได้ปกปิดร่างของสิ่งที่อยู่ข้างในอีกต่อไปทำให้ร่างของลูกไดโนเสาร์ตัวน้อยได้มานอนกองอยู่บนพื้นบ้านของโอเวน
ลูกแร็ปเตอร์ตัวจิ๋วนอนนิ่งเพื่อปรับสภาพตัวเองสักพักก่อนที่ตัวมันจะค่อยๆลุกขึ้นยืน
ดวงตาสีทองกลมโตจ้องมองมาที่เขา
ทันทีที่โอเวนได้สบตากับแร็ปเตอร์ตัวน้อย
เขาบอกได้เลยว่าเขาตกหลุมรักเจ้าตัวน้อยนี่เขาซะแล้ว
โอเวนไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดว่าพวกมันเป็นยังไง แต่เขาคิดว่ามันน่ารักมาก
ดวงตากลมโตที่จ้องมองมาทำเอาใจเขาละลาย
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนลูกแมวตัวน้อยๆจ้องมองมากกว่าจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตล้านปีที่สุดแสนอันตรายกำลังจ้องมองเขาอยู่เสียอีก
โอเวนสังเกตเห็นลายลากยาวสีฟ้าข้างลำตัวที่เริ่มตั้งแต่หัวไปจนสุดปลายหาง
มันทำให้เขาเริ่มเรียกเจ้าตัวเล็กนี่ว่า “บลู”
ใช่
เขาตั้งชื่อให้แร็ปเตอร์ ...บ้ามากๆ
“รอก่อนนะบลู”
หลังจากที่เกิดได้ไม่นาน บลูก็สามารถเดินได้แล้วซึ่งโอเวนไม่ได้แปลกใจเท่าไร
บลูเดินตามเขาต้อยๆเหมือนลูกเป็ดที่เดินตามแม่
จากที่ดร.วูบอก
ไดโนเสาร์ทุกๆตัวบนเกาะแห่งนี้จะเกิดมาเป็นเพศเมียหมดทุกตัว
แล้วจะกลายเป็นตัวผู้ทีหลังซึ่งจะกลายเป็นตัวผู้เองหรือเพราะโดนฉีดฮอร์โมนนั้นก็อีกเรื่องนึง
ถ้าเป็นแบบนั้น งั้น...บลูก็เป็นตัวเมีย...หรือเปล่า?...
โอเวนหั่นเนื้อหมูที่เจอในตู้เย็นออกเป็นชิ้นเล็กๆ
ในขณะที่บลูยืนจ้องมองเขาตาแป๋ว มีการส่งเสียงเป็นพักๆและในบางครั้งบลูก็เอาหัวของมันมาถูที่บริเวณขาของโอเวน
ซึ่งมันยิ่งทำให้เขารู้สึกเอ็นดูบลูเป็นร้อยเท่าพันเท่า
พอโอเวนหั่นเนื้อเสร็จ
เขาก็นำมันมาใส่ในชามสแตนเลดก่อนที่เขาจะย่อตัวลงนั่งให้อยู่ในเดียวกับบลู
แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็ยังสูงกว่าบลูอยู่ดี
บลูที่เห็นโอเวนย่อตัวลงมานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าก็รีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนตักของโอเวนทันที
โอเวนรู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่ก็แค่แปบเดียวเมื่อบลูนำหัวของตนมาถูที่อกของโอเวนอย่างออดอ้อนทำเอาชายหนุ่มแทบหัวใจละลายไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูของบลู
โอเวนค่อยๆหยิบชิ้นเนื้อมาป้อนบลูซึ่งเจ้าตัวเล็กกินเนื้อหมูที่โอเวนหั่นจนหมดชาม
ซึ่งพอกินเสร็จเจ้าตัวน้อยก็หลับไปทันที
ท่าทางไร้พิษสงของบลูทำให้โอเวนเผลอลูบหัวบลูด้วยความที่ลืมไปว่า
เจ้าสิ่งที่เขากำลังลูบหัวอยู่นั้นไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่ไหน
หากแต่เป็นลูกแร็ปเตอร์ต่างหาก จนพอได้สติโอเวนก็ต้องมาลองนั่งนึกดูดีๆ
มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยและโล่งใจมากๆในคราเดียวกันที่ไม่โดนแวโลซีแร็ปเตอร์แรกเกิดกัดเอา
ถึงแม้ว่าบลูจะเป็นแร็ปเตอร์แรกเกิด
แต่ฟันที่อยู่ในปากของเจ้าตัวเล็กนั้น คมพอๆกับฟันฉลามเลยก็ว่าได้
ในตอนที่ป้อนเนื้อให้กับบลู
เขารู้สึกเสียวมือทุกครั้งเพราะกลัวว่าจะเผลอโดนบลูกัดเอา
แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้กัดอย่างที่เขากลัวสักครั้ง มันทำให้โอเวนคิดว่าที่แร็ปเตอร์น้อยดูเชื่องกับเขามากกว่าปกติ
อาจจะเป็นเพราะการผ่าตัดของดร.วูก็เป็นได้ ...หรืออาจจะไม่ใช่
แต่โอเวนไม่อยากเข้าข้างตนเองเพราะว่าเขาไม่เคยฝึกสัตว์หรือได้ใกล้ชิดกับสัตว์ชนิดไหนมากๆมาก่อน...ยิ่งเป็นแร็ปเตอร์แล้วยิ่งไม่เคย
แต่จากที่อลันเล่าให้ฟังว่าพวกมันดุร้ายและร้ายกาจมากแค่ไหน
เขาก็ทั้งนอนทั้งนั่งทำใจนับครั้งไม่ถ้วนเรื่องการโดนลูกแร็ปเตอร์กัดมือเอาแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลมากไป
และไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว
เสียงร้องครางแหลมๆ
ฟังดูคล้ายเสียงลูกจระเข้ดังขึ้นเรียกความสนใจของโอเวน เขาก็พบว่า บลูตื่นแล้ว
บลูจ้องเขาตาแป๋ว เหมือนกับต้องการอะไรบางอย่าง แต่โอเวนไม่อาจเข้าใจได้
“ไงบลู”
โอเวนกล่าวแล้วลูบหัวบลูทำให้เจ้าตัวเล็กกระดิกหางไปมา แลดูคล้ายลูกสุนัขก็ไม่ปาน
มันทำให้โอเวนยิ้ม “หวังว่าเธอจะชอบชื่อของเธอนะ”
บลูเงยหน้ามองโอเวนแล้วเอียงคอ
ทำท่าทางดูคล้ายกับไม่เข้าใจ แววตาของเจ้าตัวเล็กบ่งบอกถึงความงงงวยจนโอเวนหัวเราะ
“ช่างมันเถอะ
ฉัน โอเวน เกรดี้ เป็น...ครอบครัวของเธอ” โอเวนค่อนข้างกระอักกระอ่วนถึงสถานะของเขากับแร็ปเตอร์พวกนี้
พวกมันเห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด เขาดูเหมือนจะเป็นแม่ของพวกมัน...แต่นั้นฟังดูขนลุกยังไงก็ไม่รู้
ก็นะ เขาเป็นผู้ชาย จะมาถูกเรียกว่าแม่จ๋าอะไรนั้นมันก็กระไรอยู่
และเขาจะต้องเป็นคนฝึกของพวกมัน เขาก็จะต้องเป็นหัวหน้าทีมของพวกมัน
แต่แบบนั้นมันดูเหมือนว่าเขามีอำนาจและอาจจะถูกท้าชิงอำนาจเมื่อไรก็ได้ถ้าเป็นหัวหน้า
ดังนั้นการเป็นครอบครัวเดียวกัน ดูจะดูดีกว่า...แต่ไม่ใช่สำหรับบลู
.
.
.
ครั้งแรกที่เธอลืมตาขึ้นมาดูโลก
ภาพแรกที่เธอเห็นคือสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะแตกต่างจากเธอ
แต่เด็กที่เพิ่งเกิดอย่างเธอจะไปใส่ใจเรื่องความแตกต่างแบบนั้นทำไมกัน
“แม่”
เธอส่งเสียงร้องเรียก ด้วยสัญชาตญาณ เธอพยายามก้าวขาออกเดิน ในครั้งแรก เธอเดินเซไปเซมาเล็กน้อย
ก่อนที่เธอจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าแม่ของเธอ
“แม่จ๋า”
เธอร้องอีกครั้ง ร้องเรียกอีกฝ่ายที่มองมาทางเธอด้วยสายตาอบอุ่น
“สวัสดี บลู”
นั้นคือสิ่งแรกที่เธอได้ยินจากแม่ของเธอ...บลู...คือชื่อของเธอ
สิ่งที่แม่จะใช้เรียกเธอ และเธอจะจำมันไว้ “เดี๋ยวฉันมานะ รออยู่ตรงนี้ก่อน”
ถึงแม้ว่าโอเวนจะพูดเช่นนั้น
แต่บลูก็ยังคงเดินตามเขาอยู่ดี ด้วยความที่เธอยังไม่ชินกับการเดิน ทำให้เธอยังคงเดินเซอยู่นิดหน่อย
แต่ก็ไม่นาน พอบลูเดินได้คล่อง เธอก็แทบจะวิ่งตามโอเวนเข้ามาในครัว
“แม่”
บลูเงยหน้าขึ้นมองแม่ของเธอที่ตัวสูงและตัวใหญ่กว่าเธอมาก
มันทำให้เธอรู้สึกว่าการได้อยู่ใกล้ๆแม่นั้นปลอดภัยและอบอุ่น “แม่สนใจหนูหน่อย”
ด้วยความที่เธอไม่รู้ว่าแม่ของเธอไม่เข้าใจภาษาที่เธอกำลังพูดทำให้บลูยังคงร้องเรียกความสนใจจากแม่ของเธออยู่เรื่อยๆ บลูเดินตามโอเวนตลอดรวมไปถึงยืนเฝ้าอีกฝ่ายหั่นเนื้อ
กลิ่นหอมๆของเนื้อหมูสดทำเอาบลูน้ำลายไหล
“รอก่อนนะบลู”
บลูที่ได้ยินแบบนั้นคิดไปว่า แม่กำลังหาอาหารให้ตนหรือกำลังทำอะไรสักอย่าง และเธอต้องรออย่างที่แม่บอก
กลิ่นแรกที่เธอได้สัมผัสคือกลิ่นกายของโอเวน กลิ่นกายของเขามันช่างหอมหวน
แต่ไม่เหมือนกับกลิ่นเนื้อในตอนนี้ กลิ่นมันแตกต่างกัน
และเธอชอบที่จะสูดดมกลิ่นกายของโอเวนแต่ที่ชอบที่สุดก็คือการได้อยู่ใกล้ชิดกับโอเวน
มันจึงทำให้บลูรีบกระโดดขึ้นไปอยู่บนตักของโอเวนทันทีที่อีกฝ่ายนั่งลง
บลูอยากอยู่ใกล้ๆโอเวน นั้นไม่ใช่สัญชาตญาณแต่เป็นความรู้สึก
ด้วยความที่เพิ่งเกิด
เนื้อหมูที่โอเวนหั่นให้กินจึงเป็นอาหารมื้อแรกของบลู คำแรกที่โอเวนป้อนให้กิน บลูรู้สึกว่ามันเป็นเนื้อที่อร่อยมาก
และยิ่งมีโอเวนป้อนให้ มันยิ่งทำให้เธอมีความสุข
พอบลูกินจนเสร็จ
เธอก็พล่อยหลับไปคาตักของโอเวน ในตอนที่หลับ
เธอรับรู้ได้ถึงมือที่กำลังลูบสัมผัสที่หัวของเธอ บลูชอบมัน มันทำให้เธอรู้สึกสบาย
แต่จู่ๆ แม่ก็หยุดลูบหัวเธอ ทำให้เธอลืมตาตื่นมามองหน้าแม่ที่ทำหน้าเหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่
“แม่หยุดทำไม?”
บลูส่งเสียงถาม แต่เสียงของเธอมันฟังดูคล้ายเสียงครางของลูกจระเข้ เสียงนั้น
ทำให้โอเวนหันมาสนใจบลูที่กำลังจ้องเขาตาแป๋ว
“ไงบลู”
โอเวนกล่าวแล้วลูบหัวบลูอีกครั้ง มันทำให้บลูมีความสุข “หวังว่าเธอจะชอบชื่อของเธอนะ”
บลูไม่เข้าใจในสิ่งที่โอเวนถาม
ทำไมเธอจะไม่ชอบ ก็มันเป็นสิ่งที่แม่ใช้เรียกและแม่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้ทุกครั้ง...จะมีแค่เธอที่ถูกแม่เรียกด้วยชื่อนี้...
บลูไม่แน่ใจว่าเธอแสดงสีหน้ายังไง
แต่มันทำให้แม่ของเธอหัวเราะ...แม่ดูดีเวลายิ้มนะ...
“ช่างมันเถอะ
ฉัน โอเวน เกรดี้ เป็น...ครอบครัวของเธอ” ...โอเวน...นั้นคือชื่อของแม่...
...ครอบครัว...คือฝูงสินะ...
แม่คือครอบครัวของเธอ...แม่คือฝูงของเธอ...แม่เป็นของเธอ...โอเวนเป็นของเธอ...
TBC.
+++++++++++++++++++
ปล.ถ้าคิดว่านี่คือฟิครักแบบNormalล่ะก็คุณกำลังคิดผิดอน่างมหันต์!!!