วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

Fic Jurassic world : What if we love ถ้าพวกเรารักกัน (4)







                              ... ในบางครั้ง สัญชาตญาณ ไม่จำเป็นต้องมีแค่เฉพาะพวกสัตว์เท่านั้น  แต่ทว่า มนุษย์เองก็มีสิ่งที่เรียกว่าสัญชาตญาณเช่นกัน
                ...ในบางครั้ง การกระทำของมนุษย์ก็โหดร้ายป่าเถื่อน และต่ำช้าเสียยิ่งกว่าสัตว์ป่า...
                      ...แล้วสิ่งใดกันที่แบ่งแยกระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า
                      ... ถ้าเส้นขั้นบางๆระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าหายไป...ผลที่ตามมาจะเป็นสิ่งใด...ระหว่างอสูรร้ายหรือเทพ...

โดย : นักวิทยาศาสตร์ผู้ไร้นาม

++++++++++++++++++++++

                    การวิ่งไล่จับกับสัตว์โลกก่อนประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก โดยเฉพาะพวกนักล่าอย่างแร็ปเตอร์ด้วยแล้วยิ่งเป็นเรื่องอันตราย
                         แต่โอเว่นกลับทำเรื่องอันตรายพวกนี้ตั้งแต่พวกไดโนเสาร์ของเขาฟักออกจากไข่ เขาสลับแพ้กับชนะพวกมันเป็นบางครั้ง บางทีก็เสมอกัน  แน่นอนว่าจากประสบการณ์ที่สามรถเอาชนะพวกมัน เขาไม่ได้ทำเพียงแค่วิ่ง แต่ยังรวมไปถึงการซ่อนตัว,เบี่ยงเบนความสนใจและอยู่ในภูมิประเทศที่พวกมันไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างบนต้นไม้
                         โอเว่นไม่แน่ใจว่าเขาวิ่งมาไกลจากพวกบลูมากแค่ไหนแล้ว แต่เขาไม่คิดจะหยุด พวกบลูรู้ดีว่าต้องวิ่งมาให้ทันก่อนที่เขาจะได้ขึ้นต้นไม้และพยายามหาทางกลับไปที่บังกะโลที่พวกเขาอยู่ให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะแพ้
เขามองสำรวจโดยรอบอย่างระมัดระวัง จากการที่อยู่ด้วยกันมานาน มันทำให้โอเว่นรู้จักนิสัยของสัตว์พวกนี้ดี โดยส่วนตัวเขาคิดว่าพวกมันฉลาดและมีความคิดเหมือนกับมนุษย์...เหมือน แต่ไม่ทั้งหมด เขาก็ชมพวกมันเกินไป พวกมันแค่ฉลาดในแบบของพวกมันเท่านั้นเอง
พื้นที่โดยรอบไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้ แต่ที่ไม่น่าไว้วางใจก็คือความเงียบ ไร้เสียงใดๆนอกจากเสียงลมหายใจของเขา...นั้นเป็นสัญญาณว่ามีนักล่าอยู่ใกล้ๆ... ในพื้นที่แถบนี้จะมีนักล่าหน้าไหนอีกถ้าไม่ใช่เหล่าไดโนเสาร์ของเขา
พวกนั้นเล่นตุกติกอีกแล้ว? โอเว่นคิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีนี้ขึ้น จะใช้คำว่าเล่นตุกติกก็กะไรอยู่ เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าพวกมันนับจำนวนเลขครบตามที่เขาบอกหรือเปล่า แค่มันนับเลขกับอ่านภาษามนุษย์ได้เขาก็อึ้งปนดีใจแล้ว
เหล่าไดโนเสาร์ของเขาฉลาด และในบางสถานการณ์ พวกมันจะฉลาดแกมโกง โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ พวกมันจำเป็นต้องเหนือกว่าถ้าอยากจะเอาชนะเขา
ตัวอื่นเขาไม่ห่วงเท่าบลูกับโบนส์ ไอ้สองตัวนี้น่ะหัวโจก
โอเว่นไม่รอช้า ทันทีที่รู้สึกถึงความผิดปกตอเขารีบปีนต้นไม้ที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาประมาทพวกแร็ปเตอร์มากจนเกินไป
ใครจะรู้ว่าพวกมันจะวิ่งเร็วขนาดนี้กัน?

ปึก!!!ตุบ!!!

ยังไม่ทันได้ปีนต้นไม้หนี แร็ปเตอร์ตัวหนึ่งก็วิ่งมาชนเขาก่อนจะกัดเสื้อของเขาแล้วจับโอเว่นเหวี่ยงลงพื้น พอหันมามองเจ้าแร็ปเตอร์ตรงหน้าก็พบว่าอีกฝ่ายคือเดลต้า
โอเว่นไม่แปลกใจเท่าไรเพราะในบันดาลฝูงแร็ปเตอร์กับอินโดมินัสเร็กซ์สองตัวของเขา เดลต้ามีความว่องไวและความปราดเปรียวสูงกว่าตัวอื่นๆ
“บลูคงส่งนายมาขวางฉันสินะ” โอเว่นเดา ตั้งแต่ที่มีเกมส์การล่านี้และพวกมันเริ่มชนะโอเว่นมากกว่าแพ้หรือเสมอ บลูกับโบนส์มักเป็นแกนนำนการวางแผนเพื่อออกล่าและเอาชนะโอเว่น
การละเล่นนี้อาจมีการเจ็บตัวย่อมเป็นธรรมดา แต่พวกแร็ปเตอร์กับอินโดมินัสเร็กซ์สามารถกะแรงของตัวเองได้ ทำให้มันไม่ได้ทำให้โอเว่นบาดเจ็บอะไรมากมาย
เดลต้าคำราม มันแยกเขี้ยว ทำตัวจริงจังให้สมกับการออกล่า มันพุ่งเข้าใส่โอเว่นซึ่งเขากระโดดออกไปด้านข้างแล้วเริ่มออกวิ่ง เขารู้ว่ามันเป็นวิธีที่โง่มาก เขาวิ่งหนีไปได้ไม่ไกลแน่ แต่แล้วไงล่ะ แค่วิ่งออกมา ถ่วงเวลาหรือมองหาทางดีๆเขาก็จะเจอทางชนะเอง
แผนที่บลูกับโบนส์วางไว้ เดลต้าจะถูกส่งมาถ่วงเวลาและคอยกันไม่ให้โอเว่นหนีขึ้นต้นไม้ได้ ในขณะที่ทีมงาน  อะแฮ่ม สมาชิกฝูงตัวอื่นๆจะตามมาสมทบ คอยไล่ต้อนโอเว่น ถ้าพวกมันอยากจะชนะพวกมันทุกๆตัวต้องตะครุบโอเว่นให้ได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่าย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมานอกจากเหล่าไดโนเสาร์ของโอเว่นจะพัฒนาแล้วตัวเขาเองก็พัฒนาเช่นกัน เขาเรียนรู้วิธีรับมือพวกมันทุกๆตัว ถ้าเขาอยากรอดจากการล่าในครั้งนี้และชนะเกมส์เขาจำเป็นต้องอาศัยไหวพริบ
ในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างใช้ไหวพริบในการเอาชนะอีกฝ่าย ในเรื่องของจำนวนก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ฝ่ายแร็ปเตอร์มีจำนวนมากกว่าและไหนจะอินดอร์มินัสเร็กซ์สองตัวอีกต่างหาก ถึงจะเสียเปรียบในเรื่องของจำนวน โอเว่นก็มีอย่างอื่นมาทดแทน นั่นคือประสบการณ์ที่มากกว่า
โอเว่นต้องคอยหลบการจู่โจมจากเดลต้า และอาศัยการวิ่งลัดเลาะมาเรื่อยๆ พลังกายและพลังงานของเขากับพวกไดโนเสาร์มันต่างกันเขาจึงต้องระวังให้มาก อีกไม่ไกลก็จะใกล้ถึงสถานที่เป้าหมาย ตามกติกา ถ้าโอเว่นมาถึงบ้านได้ก่อนโดนพวกมันตะครุบ แปลว่าเขาชนะ การล่าก็จะหยุดลง
แต่สถานการณ์มันไม่ง่ายขนาดนั้น อย่างที่เคยกล่าวไป เดลต้าแค่ถ่วงเวลารอทีมงาน อะแฮ่ม รอสมาชิกฝูงตัวอื่นๆจะตามมาสมทบ ในตอนนี้ มีสมาชิกมาสมทบ 2 ตัวคือเอคโค่กับชาร์ลี
โบนส์กับฟรอสหายไปไหน? โอเว่นคิด การที่อินโดมินัสเร็กซ์สองพี่น้องไม่ปรากฎตัวให้เขาเห็นทำโอเว่นรู้สึกระแวงว่าพวกมันอาจจะล่องหนแล้วแอบซุ่มโจมตีเขาระหว่างทางกลับบ้าน
ถ้าโบนส์กับฟรอสน่าระแวงแล้ว บลูน่าระแวงยิ่งกว่า เพราะในบรรดาไดโนเสาร์ของเขาทั้งหมด บลูฉลาดที่สุด เขาไม่รู้ว่าบลูวางแผนอะไรอยู่ การที่ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรไม่ใช่เรื่องดีเลย
โอเว่นต้องระมัดระวังทุกๆฝีก้าว เขาจะยอมแพ้ให้พวกมันตะครุบก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้สัญชาตญาณของเขาถึงได้บอกให้เขาอย่ายอมแพ้พวกมัน เป็นไปได้ก็คืออย่าให้พวกมันจับได้เลย แต่...
กว่าโอเว่นจะรู้ตัวว่าเขาไม่มีทางชนะหรือหนีรอดไปได้ก็สายไปเสียแล้ว
เขาถูกชนโดยบางสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเป็นอินโดมินัสเร็กซ์ตัวใดตัวหนึ่งแน่นอน โอเว่นล้มลงกับพื้น เขามึนจากแรงกระแทกสองต่อ ทั้งจากตัวอินโดมินัสเร็กซ์ที่ล่องหนและจากการกระแทกพื้น
โอเว่นนอนนิ่งๆอยู่บนพื้นก่อนที่เขาจะโดนรุมจู่โจมโดยบรรดาไดโนเสาร์ของเขา สภาพโอเว่นในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสัตว์กินพืชที่กำลังโดนฝูงสัตว์กินเนื้อรุมทึ้ง...ว่าไปนั้น... เขาแค่โดนกระโดดทับและโดนเลียจนทั่วทั้งตัวเปีกชุ่มก็เท่านั้นเอง
ครั้งนี้พวกมันทำงานร่วมกันได้เงียบเชียบจนน่าตกใจ ปกติพวกมันต้องส่งเสียงส่งสัญญาณหากัน รวมกับครั้งนี้พวกมันวางแผนกันมาก่อน โอเว่นสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป มันคงไม่มีทางเป็นอย่างที่เขาคิดหรอก เพราะถ้าเป็นแบบนั้น พวกมันคงจะฉลาดเหมือนมนุษย์แล้วล่ะ
“โอเคๆ ฉันแพ้ ลุกออกไปได้แล้ว” โอเว่นกล่าว เขาพยามดันบรรดาไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวให้ออกไป พวกมันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มลุกออกไปจากโอเว่นทีละตัวๆ บรรยากาศแปลกๆที่พวกมันปล่อยออกมาทำโอเว่นสังหรณ์ใจไม่ดี
อินโดมินัสเร็กซ์ที่เคยล่องหนปรากฏตัวให้เขาเห็น มันคือโบนส์ เจ้าตัวร้ายที่พุ่งเข้าใส่เขา มันไม่ยอมลุกออกจากตัวของโอเว่น โบนส์เลียปาก ดวงตาสีแดงของมันจ้องโอเว่นราวกับเหยื่ออันโอชะ ซึ่งแน่นอนว่าโอเว่นเป็นเหยื่อของมันในตอนนี้
...ได้เวลาของรางวัล...
ไม่ใช่แค่โบนส์ที่กำลังทับตัวโอเว่นอยู่ บลูเองก็เช่นกัน ดวงตาสีฟ้าของบลูจ้องมองโอเว่น แต่ไม่ได้จ้องเหมือนเหยื่ออย่างที่โบนส์จ้อง มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น
“บลู โบนส์” โอเว่นเรียกเป็นเชิงให้ทั้งสองตัวลุกออกไปจากร่างกายของเขาเสียที แต่ทั้งสองตัวกลับไม่ขยับ พวกมันนิ่ง ก่อนที่โบนส์จะเริ่มเลียใบหน้าของโอเว่น บลูเองก็ไม่น้อยหน้า เพียงแต่จุดที่มันเลียคือซอกคอของโอเว่น “บลูอย่า”
โอเว่นพยายามร้องห้าม แต่แทนที่จะร้องห้ามกลับกลายเป็นร้องครางอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อบลูเลียโดนจุดอ่อนไหวบนซอกคอของเขา โอเว่นยกมือดันร่างของไดโนเสาร์ทั้งสอง พวกมันไม่ขยับ ในทางกลับกันทั้งสองตัวกลับใช้อุ้งมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดและกรงเล็บของพวกมันจับข้อมือของโอเว่นไว้คนละข้าง
“อย่า” โอเว่นไม่อาจพูดต่อได้เมื่อโดนโบนส์สอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก โอเว่นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาพยายามดิ้นหนี มันทำให้เขาพบกับความจริงที่ว่าตัวเขาไม่สามารถขยับได้ โบนส์กับบลูตรึงช่วงบนของโอเว่นไว้ในขณะที่ช่วงล่างถูกชาร์ลีกับฟรอสตรึงไว้กับที่ ฟรอสใช้อุ้งมือของมันจับขาของโอเว่นแยกออกกว้างก่อนจะก้มลงไปใช้ปลายจมูกดุนดันที่เป้ากางเกงของโอเว่น
โบนส์จับหน้าของโอเว่นไว้ บีบกรามไม่ให้เขาได้เม้มปากหรือกัดลิ้นมัน บลูไม่ยอมน้อยหน้า มันแทรกลิ้นเข้าไปในปากของโอเว่นทั้งๆที่ยังมีลิ้นของโบนส์อยู่ข้างใน
โอเว่นหอบหายใจ เขาหายใจไม่ทันเมื่อในปากมีลิ้นของโบนส์กับบลู ลิ้นทั้งสองขยับไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร โอเว่นพยายามขยับลิ้นหนีราวกับเหยื่อที่กำลังหนีสองนักล่า แต่สุดท้าย หนีไปก็ไร้ประโยชน์เขาต้องโดนพวกมันไล่ต้อนจนมุมแล้วสมยอมพวกมันอยู่ดี ลิ้นของโบนส์กับบลูรัดรึงยื้อแย่งลิ้นของโอเว่น ชายหนุ่มแทบเป็นลมหมดสติ
จูบวิปริตจบลงเมื่อโบนส์กับบลูผละออกไป โอเว่นหอบหายใจ รู้สึกอ่อนแรงราวกับเพิ่งผ่านการจมน้ำมา เขาสำลักน้ำลาย ยังไม่ทันได้ตั้งสติทั้งโบนส์,บลู,ฟรอสและชาร์ลีต่างพร้อมใจกันฉีกกระชากเสื้อผ้าของโอเว่นออกจนตอนนี้ตัวเขาไม่เหลืออะไรปกปิดร่างกายแล้ว
“อ๊า!!!อย่า!!!” โอเว่นกรีดร้องเมื่อจุดอ่อนไหวบนร่างกายของเขาโดนสัมผัส บลูเลียตั้งแต่หูลงมาจนถึงลำคอ โบนส์กับเอคโค่ที่เข้ามาสมทบเลียหัวนมคนละข้าง ชาร์ลีกับฟรอสเลียช่วงล่างของโอเว่น โดยเฉพาะฟรอสที่เลียช่องทางด้านหลังของโอเว่น ชายหนุ่มสะดุ้ง เขากรีดร้อง พยายามหุบขาแต่ถูกอุ้งมือของชาร์ลีกับฟรอสขวางเอาไว้
“อ๊ะ...อือ...หยุด” โอเว่นอึดอัดเมื่อฟรอสสอดลิ้นเข้ามาในช่องทางด้านหลังของตน เขาหอบหายใจพยายามดิ้นรนแม้จะเริ่มไม่ไหวแล้ว โบนส์กับบลูพร้อมใจกันสอดลิ้นเข้าไปในปากของโอเว่นอีกรอบ เดลต้าได้โอกาสพุ่งเข้ามางับหน้าอกของโอเว่นจนเกิดรอย ตัวอื่นๆที่เห็นดังนั้นจึงเริ่มทำตาม โบนส์กับบลูผละมากัดลาดไหล่โอเว่นแล้วกลับไปจูบต่อ เอคโค่กับเดลต้าดูดดึงหน้าอกของโอเว่น พร้อมทั้งทำรอยไปด้วย ชาร์ลีเลียแก่นกลางของโอเว่นสลับกับกัดเนื้อตรงขาอ่อน ฟรอสยังคงขยับลิ้นในช่องทางของโอเว่น ลิ้นยาวกวาดไปทั่วช่องทางคับแน่น มันขยับเข้าออก ใช้น้ำลายเป็นตัวหล่อลื่นช่องทางเพื่อให้ง่ายต่อกิจกรรมต่อไป
“อ๊ะ” โอเว่นสะดุ้งเมื่อลิ้นของฟรอสโดนจุดกระสัน ชายหนุ่มน้ำตาไหล ทั้งอึดอัดและที่ไม่อยากยอมรับที่สุดคือเขารู้สึกดี...แบบนี้แย่แน่ๆ...มันไม่ปกติ มันไม่ถูกต้อง โอเว่นคิด เขาพยายามขัดขืนจนนาทีสุดท้าย ทั้งๆที่ตัวเขารู้ดีแก่ใจว่าเขาไม่มีทางหลุดออกไปจากนักล่าก่อนประวัติศาสตร์พวกนี้ได้
“อ๊า!!อย่า...ตรงนั้น...อืม...ไม่ได้” โอเว่นหายใจแทบไม่ทัน เขากรีดร้องในลำคอเมื่อลิ้นของฟรอสกระแทกจุดกระสันของเขาพร้อมกับชาร์ลีที่ใช้ลิ้นรูดรึงแก่นกายของเขา
พวกมันส่งเสียงร้องกันระงมคล้ายชอบใจเสียงร้องของโอเว่น เอคโค่ผละออกจากอกของโอเว่น มันเลื่อนตัวลงไปช่วงล่างของเขา แล้วใช้ลิ้นของมันเล่นส่วนบนแก่นกายของชายหนุ่ม
“อ๊า...อย่า” โอเว่นครางกระเส่าทำเอาโบนส์กับบลูทนไม่ไหว พวกมันส่งเสียงสั่งการบางอย่าง ทั้งสี่ตัวผละออกจากหน้าที่ของตน พวกมันถอยห่างออกไป โอเว่นมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
ในขณะที่กำลังมึนงง ชายหนุ่มก็ถูกอินโดมินัสเร็กซ์จับอุ้มขึ้นมานอนบนตัวมัน โบนส์เอนตัวลงนอนบนพื้นโดยมีโอเว่นนอนทับอยู่บนตัว อุ้งมือของมันจับที่ก้นของโอเว่น แก่นกายของมันโผล่ออกมาจากกระเปาะ มันขยับถูไถแก่นกายกับช่องทางของชายหนุ่ม
โอเว่นหน้าซีดเมื่อรู้สึกถึงแท่งเนื้ออุ่นร้อนที่ถูไถอยู่ด้านล่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรดใบหน้าของเขา โบนส์จ้องเขาด้วยแววตาหิวกระหาย มันแลบลิ้นเลียหน้าของเขา โอเว่นส่ายหน้า หวังว่ามันจะไม่ทำอย่างที่เขาคิด
บลูเดินเข้ามาทาบทับด้านหลังโอเว่น มันเลียหูชายหนุ่ม มันทาบแก่นกายที่โผล่ออกมาจากระเปาะของมันไปบนสะโพกของโอเว่น ชายหนุ่มตัวสั่น เขาส่ายหน้า
“อย่าทำ...” โบนส์กับบลูไม่ตอบ พวกมันหยุดนิ่ง โอเว่นเกือบจะยิ้มด้วยความยินดีที่พวกมันหยุด แต่... “อ๊า!!!!!!!!
เขากลับต้องกรีดร้องเมื่อแก่นกายขนาดใหญ่สองอันสอดเข้ามาในช่องทางของเขารวดเดียวสุดด้าม เขาได้กลิ่นคาวเลือด เขาพยายามจะดิ้นหนีแต่ก็ติดกรงเล็บของพวกมันที่จับเขาตรึงไว้
โบนส์กับบลูคำรามอย่างสุขสม ในขณะที่เอคโค่,ฟรอส,ชาร์ลีและเดลต้าได้แต่คำรามด้วยความอึดอัด พวกมันต้องรอตามลำดับขั้นในฝูง บลูใช้อุ้งมือของมันจับหน้าอกของโอเว่นออกแรงบีบนวดโดยหารู้ไม่ว่ากรงเล็บของมันสร้างบาดแผลให้ชายหนุ่ม โบนส์จับก้นของโอเว่นมันบีบลงไปเต็มแรงจนกรงเล็บฝังลงไปในเนื้อ
...เขากำลังจะตาย... โอเว่นคิด เขาได้กลิ่นเลือดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่อนเอ็นร้อนที่อยู่ในร่างกายของเขาแทบจะทำเขาเสียสติ โอเว่นหอบหายใจ เขาถูกโบนส์จู่โจมอีกครั้ง มันจูบเขา สอดลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาในโพรงปากของเขา กวาดต้อนรัดรึงลิ้นที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างนักล่าเอาแต่ใจ ในขณะที่บลูโลมเลียแผ่นหลังของชายหนุ่ม พวกมันยังไม่ขยับ
โอเว่นครางอย่างเจ็บปวด สุดท้ายพวกมันก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว โบนส์กับบลูกระแทกแก่นกายเข้าไปในตัวของโอเว่น ชายหนุ่มสะดุ้ง เขาจุกเกินกว่าจะส่งเสียงอะไรออกไปได้ พวกมันขยับตัวกระแทกกระทั้นเขาอย่างป่าเถื่อน เสียงหอบหายดังดังขึ้นข้างหูพร้อมกับเรียวลิ้นที่เลียลงมา โอเว่นเอียงหลบแต่มันกลับเปิดโอกาสให้บลูได้เลียซอกคอของโอเว่นแทน
โบนส์กับบลูคำรามยามช่องทางของโอเว่นตอดรัดพวกมัน มันอุ่นนุ่มกว่าที่จินตนาการไว้ ยิ่งเข้ามาพร้อมกันสองอันมันยิ่งคับแน่น พวกมันพยายามกระแทกจุดกระสันของโอเว่นเพื่อทำให้อีกฝ่ายได้มีความสุขร่วมไปกับพวกมัน
โชคดีสำหรับพวกมัน แต่เป็นโชคร้ายสำหรับโอเว่น พวกมันทำสำเร็จ พวกมันเจอจุดกระสันของโอเว่นและโจมตีจุดนั้นรัวๆ บลูกัดสร้างรอยไว้ที่หลังคอของโอเว่นส่วนโบนส์กัดสร้างรอยไว้ที่ซอกคอด้านข้างของชายหนุ่ม
โอเว่นไม่อยากยอมรับ แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกดี มันรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...เกิดอะไรขึ้นกับเขา?... โอเว่นไม่รู้ สมองของเขาขาวโพลน โอเว่นกุมหน้าของโบนส์ มันงงว่าชายหนุ่มจะทำอะไรก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อโอเว่นสอดลิ้นเข้ามาในปากของมัน ชายหนุ่มชายลิ้นของตนตวัดลิ้นยาวของโบนส์เข้าปากก่อนจะดูดดึงลิ้นของอีกฝ่าย โบนส์คำรามอย่างชอบใจ มันสอดลิ้นเข้าในลึกกว่าเดิมตวัดลิ้นรัดรึงอย่างไม่ยอมแพ้ มันอยากเป็นฝ่ายคุม แต่เชื่อเถอะ มันแพ้ตั้งแต่โอเว่นดูดลิ้นมันแล้ว
“อ๊า...อืม...อือ” โอเว่นครางก่อนจะปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นรดหน้าท้องของโบนส์เมื่อแก่นกายทั้งสองกระแทกโดนจุดกระสันภายใน เขาหอบหายใจก่อนจะรู้สึกแสบที่ลาดไหล่เมื่อนโดนบลูกัด
บลูเรียกร้องความสนใจจากโอเว่น มันอยากให้โอเว่นจูบมันบ้าง มันทำสำเร็จ โอเว่นหันหน้ามาทางมัน บลูจ้องโอเว่นตาแป๋ว เขาพอจะเดาได้ว่ามันต้องการอะไร ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงหัวของมันเข้ามาใกล้ๆเขา โอเว่นขบเม้มริมฝีปากของบลูก่อนจะใช้ลิ่นเลียริมฝีปากของมัน บลูแลบลิ้นออกมา โอเว่นตวัดลิ้นของมันเข้าปากของตนแล้วเริ่มดูดดึงลิ้นของบลู
แร็ปเตอร์สีน้ำเงินสะท้าน หัวใจเต้นแรง หางกระดิกอย่างช่วยไม่ได้ มันปล่อยให้โอเว่นทำตามใจชอบในขณะที่มันกับโบนส์แข่งกันกระแทกกระทั้นช่องทางของโอเว่น...ที่จริงตอนนี้มีแค่มัน... บลูเหลือบตามองโบนส์ เห็นมันมีแววตาเหม่อลอย...ฟินกับจูบขนาดนั้นเลยรึ?... มันคิด ...ใช่มันเองก็เริ่มจะมีอาการไม่ต่างจากโบนส์แล้ว...
ประสบการณ์แบบแอบดูจากโทรทัศน์ มีหรือจะสู้ประสบการณ์จริงได้ บลูกับโบนส์แพ้จูบของโอเว่น แต่ก็ใช่ว่าพวกมันจะยอมง่ายๆ พวกมันระบายโดยการเพิ่มจังหวะและแรงกระแทกใส่ช่องทางของโอเว่น ชายหนุ่มครางรับแรงกระแทกจากพวกมัน พวกมันพึงพอใจ ช่องทางอุ่นร้อนตอดรัดแท่งร้อนทั้งสอง โบนส์กับบลูคำรามอย่างสัตว์ได้รับบาดเจ็บก่อนจะฉีดน้ำเชื้อสีขาวขุ่นเข้ามาในร่างกายของโอเว่น
ทั้งสามหอบหายใจ โอเว่นหมดแรง ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยทั้งกายและใจ แต่มันยังไม่จบ ในเมื่อยังไม่ครบทั้งฝูง เขาคงยังไม่ได้พักง่ายๆ
“บ้าจริง” โอเว่นสบถเมื่อแท่งเนื้อทั้งสองถูกถอนออกจากช่องทางของตน น้ำเชื้ออุ่นร้อนไหลทะลักออกมาเปื้อนต้นขา ไม่ทันได้พักหายใจดีร่างกายของเขาก็ถูกจับให้หันไปเผชิญหน้ากับชาร์ลี มันแลบลิ้นเลียใบหน้าของเขา ฟรอสเข้ามาหาโอเว่นทางด้านหลัง “เดี๋ยว”
พวกมันไม่ฟังคำพูดของชายหนุ่ม ชาร์ลีกับฟรอสกระแทกแท่งร้อนของพวกมันเข้ามาในช่องทางของโอเว่นทันที ชายหนุ่มร่างกายสั่นระริก ชายหนุ่มหอบหายใจ
“ขอพักก่อนไม่ได้หรือไง” โอเว่นกัดฟัน ฟรอสเลียหูของเขาในขณะที่ชาร์ลีเลียลำคอของเขา พวกมันกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างรุนแรงจากความอดกลั้น การต้องทนเห็นบลูกับโบนส์ได้ผสมพันธุ์กับโอเว่นก่อนมันทรมานนะ สงสารพวกมันหน่อยเถอะ
ชาร์ลีกับฟรอสพยายามรีบเสร็จให้เร็ว เพราะพวกมันโดนเอคโค่กับเดลต้าจ้องเขม็ง ไม่ต้องพูดถึงบลูกับโบนส์ที่รอต่อรอบสอง แต่เมื่อเทียบกับบลูและโบนส์ ชาร์ลีกับฟรอสค่อนข้างอ่อนโยนกับโอเว่น พวกมันส่งเสียงครางเหมือนเวลาพวกมันอ้อนโอเว่น ลิ้นยาวแลบเลียไปทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มเท่าที่พวกมันจะทำได้ จุดไหนที่ทำให้โอเว่นส่งเสียงครางออกมาพวกมันจะลงลิ้นหนักๆเป็นพิเศษ
ฟรอสตวัดลิ้นมาที่แก้มของโอเว่น กดปลายลิ้นลงไปบนริมฝีปากของชายหนุ่ม เป็นการขอ โอเว่นตอบรับคำขอของฟรอส เขาขบเม้มเรียวลิ้นของฟรอสก่อนจะยอมให้มันสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก ชาร์ลีเล็มเลียหยาดน้ำใต้ค้างของโอเว่น เมื่อฟรอสผละลิ้นออกไปชาร์ลีจึงสอดลิ้นเข้าไปแทน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ประสบการณ์น้อยหรือโดนจ้องกดดัน ชาร์ลีกับฟรอสจึงถึงจุดสุดยอดได้เร็วกว่าบลูและโบนส์ พวกมันผละออกไปอย่างเสียงดายโดยที่โอเว่นยังไม่ได้ถึงจุดสุดยอดเลย ทำให้ในรอบต่อไปที่เอคโค่กับเดลต้ากระแทกเข้ามาในตัวของเขา มันทำให้ชายหนุ่มปลดปล่อยน้ำเชื้อตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกมันกระแทกเข้ามา
เวลาดำเนินไปนานเท่าไรโอเว่นไม่รู้ เขาถูกพวกมันผสมพันธุ์กี่ครั้งเขาก็ไม่อยากจะนับ โอเว่นไม่อยากคิดอะไร ยิ่งคิดมันยิ่งทำให้เขาเจ็บ โอเว่นหลับตา เขาได้แต่หวังว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน พรุ่งนี้เช้า เขาจะตื่นขึ้นมาบนเตียงนอน พบว่าทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นเขาแค่คิดมากไปเองหรือเขากินเหล้าเมา หรืออะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ความจริง
โอเว่นเป็นมนุษย์ และมนุษย์ปกติยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ยากมาก ถ้าเขาตื่นขึ้นมาในวันถัดไปแล้วพบว่าทั้งหมดมันคือเรื่องจริง ตัวเขาจะทำเช่นไร? โอเว่นไม่อาจหาคำตอบได้ในตอนนี้

“โอเว่น” บลูส่งเสียงเรียก โอเว่นสลบไปแล้ว พวกมันมองหน้ากัน
“เขาตายรึยัง?” เดลต้าถามอย่างกังวลแล้วก็โดนเอคโค่สะบัดหางตบหัวไปที
“ปากเสีย!!” เอคโค่คำราม
“เขาแค่เหนื่อย” ฟรอสดมกลิ่นโอเว่น ทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยกลิ่นของพวกมัน ฟรอสยิ้ม พึงพอใจกับผลงาน โบนส์แสยะยิ้ม มันก้มหน้าลงไปเลียใบหน้าโอเว่น
“น่าเสียดาย” โบนส์พึมพำ “แต่ช่วยไม่ได้”
“กลับบ้านได้แล้ว” บลูเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันมืดมานานแล้ว และจากสัญชาตญาณ นี่ใกล้จะเช้าแล้ว “พรุ่งนี้โอเว่นคงไม่สบายแน่”
“นายรู้ได้ไง?” ชาร์ลีถามในขณะที่โบนส์อุ้มโอเว่นแนบอกด้วยอุ้งมือของมัน
“เดาเอา” บลูยักไหล่ มันเริ่มทำตามหน้าหัวหน้าฝูง โดยการนำทางทุกๆตัวกลับบ้าน “ได้ดูแลเมียหลังจากนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี”







TBC.



+++++++++++++++++++

แด่เหล่านักอท่านที่รอมานาน


วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

Fic Jurassic world : What if we love ถ้าพวกเรารักกัน (3)

 

                           ตอนที่ 3 : ไดโนเสาร์วัยรุ่นคือไดโนเสาร์วัยเจริญพันธุ์

 

  

 

                  ว่ากันว่าช่วงที่เด็กย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเป็นอะไรที่รับมือได้ยากมาก...แต่ถ้ามองในมุมมองของสัตว์... การเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นคือการเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์...
                  ถ้าคิดว่าเด็กวัยรุ่นรับมือได้ยากแล้ว ลองมาเจอกับแร็ปเตอร์สี่ตัวกับไฮบลิดอินดอมินัสเร็กซ์อีกสองตัวสิ แล้วจะรู้...ว่าการรับมือกับเด็กวัยรุ่นยังง่ายกว่าการรับมือกับไดโนเสาร์วัยเจริญพันธุ์...







                 ไม่แน่ใจว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไร  อาจจะ 4 เดือนหรือว่านานกว่านั้น... 2 ปี ...ไม่น่าจะใช่    ซึ่งโอเว่นคิดว่าเวลามันน่าจะผ่านไปนานมาก...นานมากจนไดโนเสาร์ของเขาตัวโตจนมีขนาดเท่าเขาแล้วในตอนนี้   แน่นอนว่าเมื่อพวกมันโตขึ้น ปัญหาหลายๆอย่างย้อมตามมา

                  “นายน่าจะให้คนของฉันพาพวกมันเข้ากรงที่เตรียมเอาไว้ได้แล้วนะ” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่ว่า  เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าช่วงเวลามันผ่านไปนานประมาณ 6 เดือนแล้ว วิค ฮอสกินส์ที่เห็นว่า อาวุธของเขายังไม่ถูกจับเข้ากรงเสียทีจึงต้องถ่อมาคุยกับเขาถึงที่บ้าน

                   “ไม่จำเป็นหรอกวิค ฉันควบคุมพวกมันได้” คิดว่านะ  แน่นอนว่าประโยคหลังโอเว่นไม่พูดให้อีกฝ่ายได้ยินแน่นอน   เขาใช้ความพยายามมา 2 อาทิตย์แล้วกับการพูดโน้มน้าวให้อีกฝ่ายไม่พาไดโนเสาร์ของเขาเข้ากรง   

                  โอเว่นรู้ว่าไดโนเสาร์ของเขาอันตราย  ก็แหง่แหละสายพันธุ์กินเนื้อทั้งหมดเลยนี่  แต่จากการที่เขาเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่ออกจากไข่  ได้ใช้เวลาร่วมกับพวกมัน  เฝ้ามองพวกมันเติบโต  บอกตามตรงเลยว่าเขาผูกพันกับพวกมันมาก...มากจนไม่มีวันยอมให้ใครพาพวกมันเข้าไปอยู่ในกรงขังเป็นอันขาด

                 วิคถอนหายใจแล้วส่ายหัว  ดวงตาเหลือบมองโอเว่นตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเหลือบตามองดวงตาหลายคู่ที่จ้องมองเขามาจากข้างในบ้าน  เขาพอจะรู้ว่าทำไมโอเว่นถึงไม่ให้เขาเข้าไปคุยข้างในบ้าน เพราะฝูงแร็ปเตอร์กับอินดอมินัสเร็กซ์พวกนั้นยังไงล่ะ  พวกมันเป็นสัตว์หวงถิ่น และแสดงออกอย่างปิดไม่มิดว่าหวงแม่ของพวกมันมากแค่ไหน   ก็นะ มันก็น่าหวงอยู่หรอก  ในเมื่อโอเว่นน่ะ...น่าหลงใหลจะตาย

                  “ควบคุมได้ หึ อย่ามาโม้น่า สัตว์อย่างพวกมันไม่มีทางควบคุมได้ ฉันว่านายอย่ามาขวางทางพวกเราจะดีกว่า” โทมัสทำเสียงขึ้นจมูก  เขาเป็นหนึ่งในลูกน้องของวิคและเสียงที่เขาเปล่งออกมามันบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตร

                  โอเว่นไม่คิดจะตอบโต้กับโทมัส เขาทำเพียงแค่หันไปสบตากับเหล่าไดโนเสาร์ของเขาที่ยังคงอยู่ในบ้านและจ้องมองมาที่พวกเขาตาไม่กระพริบ

                  สัตว์มักมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่ามนุษย์และรับรู้ถึงอันตรายได้ดี  ถ้าใครในที่นี้แสดงออกว่าเป็นภัยคุกคาม  พวกมันจะจู่โจมทันที  ซึ่งสัตว์ที่ว่านั้นรวมไปถึงไดโนเสาร์ด้วย 
  
                  โอเว่นไม่คิดจะห่วงวิคหรือโทมัสเลยสักนิด  เขาเป็นห่วงแค่ฝูงไดโนเสาร์ของเขาเท่านั้น  ก็นะ  เขาหมั่นไส้อยากให้พวกมันโดนกัดสักทีสองทีมานานแล้ว    โอเว่นกังวลใจนิดหน่อยกับการหายตัวไปของโบนส์ อินดอมินัสเร็กซ์สีขาวเหมือนกระดูก  เขาค่อนข้างกระวนกระวายใจเพราะว่าอีกฝ่ายมีความสามารถที่เขาไม่ได้รายงานให้ใครฟังทั้งนั้น...นั่นคือความสามารถในการอำพรางตัว...ดังนั้น โบนส์อาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในตอนนี้

                    โอเว่นละสายตาจากพวกบลูหันมามองวิคก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างข้างหลังมนุษย์สองคนนี้ ซึ่งมันทำให้เขาหน้าซีด...โบนส์ในโหมดพรางตัว!!...   จากการหักเหของแสงและด้วยความเคยชินที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้เขาพอจะมองเห็นโบนส์อยู่บ้างลางๆ  และในตอนนี้โบนส์ก็ยืนอยู่ข้างหลังของวิค   โอเว่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากและพยายามทำใจให้เย็นเข้าไว้

                   “ถ้าฉันตอบสนองกับสิ่งที่นายเพิ่งพูดเมื่อกี้” โอเว่นกล่าว ดวงตาเหลือบมองพวกบลูมากกว่าจะเหลือบมองโบนส์ “มันจะทำให้ลูกๆของฉันเสียเด็ก”

                    วิคไล่สายตาไปตามทางที่โอเว่นมอง พอสบเข้ากับดวงตาอีก 5 คู่ที่มองจ้องมาอย่างไม่เป็นมิตรทำเอาเขาหน้าถอดสี และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ      โทมัสทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องโอเว่นแต่โดนวิคคว้าคอเสื้อไว้เสียก่อน

                    “แล้วฉันจะมาใหม่” วิคกล่าวแล้วลากโทมัสไปยังรถที่พวกเขาขับมา เหมือนทั้งสองคนจะมีปากเสียงกันนิดหน่อย ก่อนจะขับรถออกไป

                  เมื่อผู้บุกรุกไปหมดแล้ว เหล่าแร็ปเตอร์ก็เปิดประตูเดินออกมาหาโอเว่น ในขณะที่โบนส์นั้นกลับสู่โหมดปกติแล้วเดินเข้ามาเอาจมูกดุนดันแก้มของโอเว่น

                   “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ” โอเว่นพึมพำแล้วจับที่จมูกของโบนส์ “อย่าทำแบบนี้อีกนะโบนส์”

                 โบนส์ไม่ได้แสดงอาการว่ารับรู้หรือรับฟังในสิ่งที่เขาพูด  แต่โอเว่นเชื่อว่าโบนส์เข้าใจ แน่นอน จะไม่ให้เข้าใจได้ไง ไดโนเสาร์ที่ฉลาดขนาดเปิดประตูบ้านของมนุษย์ได้ ย่อมเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์สื่อสารอย่างแน่นอน เขาคิดว่านะ

                  “เฮ้ย!” โอเว่นเบี่ยงหน้าหลบลิ้นยาวที่แดงที่เลียมาแทบจะไม่ทัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหนีพ้นเมื่อโบนส์ใช้สองมือของมันจับเอวของเขาเอาไว้แล้วเริ่มเลียที่แก้มและคอของเขา  โอเว่นถึงกับขนลุกไปทั่วทั้งตัวแล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของโบนส์  แต่ต่อให้ดิ้นไปก็เท่านั้นเมื่ออุ้งมือหนาที่เต็มไปด้วยกรงเล็บนั้นยึดสะโพกของเขาไว้แน่น

                  “โบนส์หยุด” โอเว่นต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาป้องกันตัวเองส่วนอีกมือก็พยายามดันร่างของโบนส์ออกไปห่างๆ  แต่ก็นะ แรงของมนุษย์อย่างเขาจะไปสู้แรงของไดโนเสาร์พันธุ์ผสมอย่างโบนส์ได้ยังไง

                  “กรรร!!” เสียงร้องคำรามพร้อมกับคมเขี้ยวของบลูที่ฝังลงมาบนคอของโบนส์แล้วกระชากร่างของอีกฝ่ายทุ่มลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน...ที่จริง 1 คนกับอีก 4 ตัว...

                  “กรรร!!” ฟรอส อินดอมินัสเร็กซ์สีขาวเหมือนหิมะ น้องของโบนส์ คำรามและกำลังจะเข้าไปช่วยพี่ชายของตนแต่โดนชาร์ลีกับเอคโค่เข้ามาขวางเอาไว้

                  “กรรร!!!” โบนส์ที่โดนจับทุ่มกับพื้นลุกขึ้นมายืนสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสักครู่แล้วหันมาเผชิญหน้ากับบลูที่ยืนขวางเขากับโอเว่นและจ้องเขาตาขวางพร้อมแยกเขี้ยวเตรียมตัวขย้ำเขาได้ทุกเมื่อที่เข้าใกล้โอเว่น

                  “เฮ้!!หยุดเดี๋ยวนี้!!” โอเว่นตะโกน เขาเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างโบนส์กับบลูที่กำลังเตรียมพร้อมจะเปิดศึกในไม่ช้า “ให้ตายเถอะพวกนายเป็นอะไรกันเนี้ย อย่ามาทะเลาะกันเองได้มั้ย พวกนายเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”

                  เสียงร้องดังระงมของไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวดังขึ้นเหมือนคัดค้านหรือฟ้อง หรืออะไรสักอย่าง แต่โอเว่นฟังไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มจึงทำเพียง “หยุด!!!ไม่งั้นฉันจะให้พวกนายนอนนอกบ้าน!!

                  เพียงแค่โอเว่นเอ่ยประโยคนั้นออกมาไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวก็พากันเงียบแล้วพากันเข้ามาอ้อนโอเว่นแทนเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไล่พวกเขาออกมานอนข้างนอกจริงๆ
                  “พอเลย ไม่ต้องมาอ้อน” โอเว่นเดินไปนั่งลงตรงขั้นบันไดที่ใช้ขึ้นมาบนระเบียงบ้านแล้วถอนหายใจ  เขาเหนื่อยและรู้สึกเพลีย เขาไม่รู้ว่าจะช่วยให้พวกบลูไม่ต้องเข้าไปมีชีวิตในกรงขังได้อีกนานเท่าไร  วิค ฮอสกินส์เริ่มมาถี่ขึ้นเรื่อยๆและเขาก็เริ่มจะจนปัญญากับการหาข้ออ้างรั้งไม่ให้วิคพาพวกบลูไปจากเขา  โอเว่นยกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญา

                  เขาอาจจะลืมไปว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ชาร์ลีเดินเข้ามานอนลงข้างๆเขาแล้ววางหัวของมันลงบนตักของเขา ในขณะที่บลูใช้จมูกของมันถูไถแก้มของโอเว่นก่อนเอาหัวซุกลงที่ไหล่ของเขาอย่างให้กำลังใจปนอ้อนนิดๆ  มันอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในอนาคตได้ แต่มันก็ทำให้ความกังวลใจในตอนนี้ของโอเว่นเบาบางลง

                  สักพัก บลูก็ยืดตัวขึ้นแล้วเดินลงมามายืนอยู่บนพื้นด้านล่างเช่นเดียวกับไดโนเสาร์ตัวอื่นๆที่พากันวิ่งลงมายืนอยู่ตรงหน้าโอเว่น

                  “อะไร?”โอเว่นถาม บลูกับโบนส์งับที่แขนของโอเว่นคนละข้างแล้วออกแรงดึงพอให้โอเว่นลุกขึ้นมา “นี่จะเล่นวิ่งไล่จับกันใช่มั้ย?”

                  โอเว่นที่อยู่กับพวกนี้มานานเริ่มจะพอเดากริยาท่าทางของพวกนี้ออก ยิ่งไดโนเสาร์ของเขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ  มันยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า...เขาต้องรับหน้าที่เป็นเหยื่อให้พวกนี้วิ่งไล่จับ...

                  “เฮ้อ โอเค ก็ได้ หันไปแล้วนับ 1-10 ช้าๆนะ” โอเว่นพูดราวกับกำลังพูดกับมนุษย์ด้วยกัน  ถ้าเป็นคนปกติมาเห็นคงหาว่าเขาบ้า แต่หารู้ไม่ว่าพวกมันฟังรู้เรื่อง  ใช่  พวกมันฟังรู้เรื่องและเข้าใจคำพูดได้ดีกว่ามนุษย์บางคนด้วยซ้ำ   เมื่อโอเว่นสั่งเสร็จ พวกบลูก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดานในขณะที่โอเว่นเริ่มออกตัวเดิน ส่วนพวกบลูก็หันไปมองยังตัวบ้านแล้วนับ 1-10 ในใจช้าๆ  ส่วนโอเว่นนั้นพอเดินออกมาได้ถึง 3 ก้าว เขาก็ออกตัววิ่งเข้าไปในป่าทันที



.

.

.




              พวกเขาชอบการวิ่งไล่จับ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเรากำลังลุกเป็นไฟ  มันร้อนลุ่มไปหมดทั้งตัว ทั้งตื่นเต้นและรู้สึกดี   แน่นอนว่าโอเว่นเริ่มฝึกพวกเขาตั้งแต่พวกเขายังตัวกระเปี๊ยกเดียวจนมาตอนนี้ตัวใหญ่เท่าโอเว่นแล้ว...หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ...

                 เรื่องการตามกลิ่น,การทำงานเป็นทีมและการออกล่าเหยื่อ  โอเว่นให้อิสระพวกเขา ในขณะที่ไอ้เจ้าสัตว์ที่ชื่อวิก ฮอสกินส์พยายามจะจับพวกเขาไปอยู่ในสถานที่แคบๆที่เรียกว่ากรง  พยายามจะทำให้พวกเขาหมดอิสรภาพ   ไม่สามารถวิ่งได้หรือกินเท่าที่ต้องการได้...รวมไปถึงการได้อยู่กับโอเว่น...

                  วันนี้เป็นอีกวันที่พวกมันมาคุยกับโอเว่นถึงหน้าบ้าน   โอเว่นไม่ยอมให้พวกมันเข้ามาในถิ่นของเราและไม่ยอมให้พวกเราออกไปเจอหน้าพวกมัน  โอเว่นพยายามปกป้องพวกเรา ให้ฝูงของเรายังคงอยู่ แต่พวกมันก็พยายามแยกพวกเราออกจากกัน

                    “ฉันอยากจะฆ่ามัน” เดลต้าพึมพำ  ไม่ใช่แค่เดลต้าตัวเดียวหรอกที่อยากจะฆ่ามัน  แต่เป็นพวกเขาทั้งฝูง  พวกเขาอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆใจจะขาด ถ้าโอเว่นไม่ห้ามพวกเขาเอาไว้ล่ะก็...มันตายแน่!!...

                     “เดี๋ยวก่อนนะ นั้น โบนส์รึเปล่า?” คำถามของเอคโค่ทำให้ทั้งหมดหันไปมองยังทิศทางที่เอคโค่กำลังมองอยู่ ก็พบกับโบนส์ในโหมดพลางตัว

                      “มันออกไปตั้งแต่เมื่อไรว่ะ?” ชาร์ลีสงสัย โอเว่นหันมาสบตากับเขาซึ่งมันเหมือนเป็นสัญญาณว่า โอเว่นเองก็รู้ว่าโบนส์นั้นอยู่ข้างนอกแล้ว

                      “นี่แหละโอกาส ฆ่ามันแม่งเลย!!” เดลต้าสนับสนุนให้โบนส์รีบๆขย้ำคอพวกผู้บุกรุกเสีย โดยที่ตัวโบนส์เองก็อยากจะทำ แต่เจ้าตัวไม่อยากจะทำให้โอเว่นโกรธหรือเกลียดเขาขึ้นมาเสียก่อนจึงออกมายืนคุมเชิงไว้   แต่ถ้าพวกผู้บุกรุกนี้ทำอะไรโอเว่นขึ้นมาล่ะก็...โดนกัดหัวหลุดแน่!!...

                      “ไอ้บ้านั้นมันจ้องจะทำร้ายโอเว่น” บลูจ้องโทมัสเขม็ง  อีกฝ่ายทำท่าจะเข้าไปทำร้ายโอเว่น ในขณะที่พวกเขาจ้องมองพวกมันอย่างเอาเรื่องและเตรียมพร้อมจะพุ่งออกไปจัดการพวกมันได้ทุกเมื่อ  ซึ่งท่าทางไอ้เจ้าสัตว์ที่ชื่อฮอสกินส์นั้นจะรับรู้ถึงอันตรายเลยล่าถอยไปก่อน

                       ตั้งแต่พวกเขาเริ่มตัวโตเท่ากับโอเว่น พวกเขาก็เลิกเรียกโอเว่นว่าแม่และเริ่มเรียกชื่อของโอเว่นแทน  ถึงแม้ว่าโอเว่นจะไม่ได้เข้าใจก็ตาม

                       เมื่อพวกผู้บุกรุกล่าถอยกลับไปแล้ว พวกเขาก็เปิดประตูบ้านออกไปหาโอเว่นในขณะที่โบนส์กลับสู่โหมดปกติ

                    “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ” โอเว่นพึมพำแล้วจับที่จมูกของโบนส์ “อย่าทำแบบนี้อีกนะโบนส์”

                   โบนส์ไม่ได้แสดงอาการว่ารับรู้หรือรับฟังในสิ่งที่โอเว่นพูด ถึงแม้เขาจะเข้าใจทุกคำพูดก็ตาม และโดยที่โอเว่นไม่ทันตั้งตัว เขาก็ตวัดลิ้นสีแดงของเขาจะเลียที่ใบหน้าของโอเว่น แต่ทว่าอีกฝ่ายสามารถหลบได้เสียก่อน ถึงกระนั้นโบนส์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาใช้อุ้งมือทั้งสองข้างจับเข้าที่เอวของโอเว่นเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายหลบเขา ได้อีกแล้วเริ่มละเลงลิ้นลงบนซอกคอของอีกฝ่าย

                     กลิ่นตัวอันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติของอีกฝ่าย ทำโบนส์แทบคลั่ง รสชาติที่ลิ้นของเขาได้สัมผัสมันทำให้เขาอยากจะทำมากกว่าเลีย...เขาอยาก...ฝังคมเขี้ยวลงไปบนเนื้อหนังของโอเว่น...

                       “โบนส์หยุด” โอเว่นยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาป้องกันตัวเองส่วนอีกมือก็พยายามดันร่างของโบนส์ออกไปห่างๆ  แต่แรงของมนุษย์ไม่สามารถทำให้ไดโนเสาร์พันธุ์ผสมอย่างโบนส์สะทกสะท้านได้

                      “หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงร้องคำรามพร้อมกับคมเขี้ยวของบลูที่ฝังลงมาบนคอของโบนส์แล้วกระชากร่างของอีกฝ่ายทุ่มลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน...ที่จริง 1 คนกับอีก 4 ตัว...

                  “โบนส์!!” ฟรอส ร้องคำราม เมื่อเขาตั้งตัวได้ ฟรอสก็เตรียมตัวพุ่งเข้าไปช่วยพี่ชาย แต่ก็โดนชาร์ลีกับเอคโค่เข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน

                  “แก ไอ้เตี้ย!!!” โบนส์ที่โดนจับทุ่มกับพื้นลุกขึ้นมายืนสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสักครู่แล้วหันมาเผชิญหน้ากับบลูที่ยืนขวางเขากับโอเว่นและจ้องเขาตาขวางพร้อมแยกเขี้ยวเตรียมตัวขย้ำเขาได้ทุกเมื่อที่เข้าใกล้โอเว่น...นี่จะบวกกันใช่มั้ยไอ้เตี้ย!!...

                  “เฮ้!!หยุดเดี๋ยวนี้!!” โอเว่นตะโกน เขาเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างโบนส์กับบลูที่เตรียมพร้อมจะเปิดศึกในไม่ช้า “ให้ตายเถอะพวกนายเป็นอะไรกันเนี้ย อย่ามาทะเลาะกันเองได้มั้ย พวกนายเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”

                  “ไม่ได้เป็น!!

                  “มันไม่ใช่ครอบครัวของฉัน!!

                  “อย่าเข้าข้างมันนะโอเว่น ไอเตี้ยนี่มันหาเรื่องก่อน”

                  “แกว่าใครเตี้ย”

                  “ก็แกนั้นแหละ!!

                  “เรียกร้องความสนใจว่ะ”

                  “ฉวยโอกาสนี่หว่าโบนส์”

                  “หึงโหดไปนะบลู”

                   “ว่าแต่บลูเตี้ย แกสูงมากกว่าบลูแค่ 2 เซนเองไอ้อ่อน”

                   เสียงการโตเถียงกันของไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวดังขึ้นจนน่าปวดหัว ซึ่งคนเพียงฟนึ่งเดียวที่อยู่ที่นี่เริ่มรู้สึกปวดหัวมากถึงมากที่สุดจึงต้องทำการหยุดการโต้เถียงนี้เสียที “หยุด!!!ไม่งั้นฉันจะให้พวกนายนอนนอกบ้าน!!



                 พรึบ!!!



                “...”

                “...”

               “ไม่เอา!!!

               “พวกเราหยุดทะเลาะกันแล้วนะ โอเว่นอย่าไล่พวกเราออกมานอนข้างนอกนะ”

              เพียงแค่โอเว่นเอ่ยประโยคนั้นออกมาไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวก็พากันเงียบแล้วพากันเข้ามาอ้อนโอเว่นแทนเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไล่พวกเขาออกมานอนข้างนอกจริงๆ

                 “พอเลย ไม่ต้องมาอ้อน” โอเว่นเดินไปนั่งลงตรงขั้นบันไดที่ใช้ขึ้นมาบนระเบียงบ้านแล้วถอนหายใจ  เขายกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญากับการที่วิก ฮอสกินส์เริ่มมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ  การกระทำของโอเว่นทำให้ไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวรู้สึกเป็นห่วง

                  ชาร์ลีเป็นตัวแรกที่เดินเข้ามานอนลงข้างๆโอเว่น แล้ววางหัวของเขาลงบนตักของโอเว่น  ในขณะที่บลูใช้จมูกของเขาถูไถแก้มของโอเว่นก่อนเอาหัวซุกลงที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างให้กำลังใจปนอ้อนนิดๆ  มันอาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่มันก็ทำให้ความกังวลใจในตอนนี้ของโอเว่นเบาบางลง

                  สักพัก บลูก็ยืดตัวขึ้นแล้วเดินลงมามายืนอยู่บนพื้นด้านล่างเช่นเดียวกับไดโนเสาร์ตัวอื่นๆที่พากันวิ่งลงมายืนอยู่ตรงหน้าโอเว่น

                  “อะไร?”โอเว่นถาม บลูกับโบนส์งับที่แขนของโอเว่นคนละข้างแล้วออกแรงดึงพอให้โอเว่นลุกขึ้นมา “นี่จะเล่นวิ่งไล่จับกันใช่มั้ย?”

                  โอเว่นที่อยู่กับพวกเขามานานพอจะเดากริยาท่าทางของพวกเขาออก ยิ่งพวกเขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ  มันยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า...โอเว่นต้องรับหน้าที่เป็นเหยื่อให้พวกเขาวิ่งไล่จับ...

                  “เฮ้อ โอเค ก็ได้ หันไปแล้วนับ 1-10 ช้าๆนะ” โอเว่นกล่าว พวกบลูจึงมายืนเรียงแถวหน้ากระดานในขณะที่โอเว่นเริ่มออกตัวเดิน ส่วนพวกบลูก็หันไปมองยังตัวบ้านแล้วนับ 1-10 ในใจช้าๆ  ส่วนโอเว่นนั้นพอเดินออกมาได้ถึง 3 ก้าว อีกฝ่ายก็ออกตัววิ่งเข้าไปในป่าทันที  

                 “ถึงสิบรึยัง?” เอคโค่ถามหลังจากที่โอเว่นวิ่งเข้าไปในป่าแล้ว

                 “ถึงแล้ว” โบนส์เตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปในป่า ไม่คิดจะสนใจพี่น้องตัวอื่นๆเลยสักนิด

                   “เฮ้ย โอเว่นบอกให้นับช้าๆนะ” ชาร์ลีมายืนขวางหน้าโบนส์ไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ออกตัว

                    “จะช้ารึเร็ว ฉันก็นับถึงสิบแล้วไง ฉันเปล่าโกงสักหน่อย” โบนส์ไม่ใส่ใจกับร่างเล็กจ้อยของชาร์ลีที่ขวางอยู่ตรงหน้า

                    “เดี๋ยวก่อนโบนส์”

                    “มีอะไร ไอ้เตี้ย ฉันกำลังรีบๆอยู่นะ”

                    “...เออ แต่ถ้าแกคิดจะไปหาโอเว่นโดยที่ไม่มีพวกเรา  ฉันว่าแกคงแพ้แน่นอน  เว้นเสียแต่ว่า...”

                    “อะไร?”

                    “...เราจะร่วมมือกัน”

                     มันคือความจริงที่โบนส์กับบลูไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ทั้งสองตัวมักจะแก่งแย้งการเป็นหัวหน้ากันอยู่เสมอๆ  แต่ถ้าเป็นในเรื่องที่จะต้องร่วมมือกัน...มันจะเป็นเช่นไรกันนะ?...














TBC.










++++++++++++++++

 กลับมาแล้ว!!มีใครคิดถึงบ้าง ที่หายไปนี่ไม่ใช่อะไร คอมเครื่องเก่ามันเกิดอาการที่เลี้ยงว่า ตาย!! ก็เสียนั้นแหละ
แล้วมันซ่อมไม่ได้ เลยต้องย้ายสำมโนครัวมาอยู่ใสคอมเครื่องใหม่ และต้องเริ่มเขียนใหม่หมดเลย!!! โอ้วกอด
แถมยังการบรรยายในส่วนของเหล่าไดโนเสาร์ของเรานี่จะเป็นอะไรที่ยากมาก คือการมองในมุมมองของสัตว์คือเราจะต้องอยู่ในมุมมองนั้นด้วย...เข้าใจนะ... เราจึงต้องใช้เวลาศึกษา...ศึกษามากเกินจนเกือบถูกจับเข้าสวนสัตว์ เฮ้ย โรงพยาบาลจิตเวช เฮ้ย...เอิ่ม ถูกแล้ว
ก็เป็นไปตามนี้แหละท่านผู้ชม
และเจอกันในตอนหน้า