Kingdom Guardian : Emperor of Bottomless 1
“ฝากดูแลลูกของฉันด้วยนะ แช็ค”
.
.
.
เสียงดังสนั่นทำให้เด็กชายผมสีดำตาสีเขียวเบิกตากว้าง
ก่อนรู้สึกเจ็บที่ขาข้างซ้ายซึ่งเมื่อก้มลงมองดู ก็พบกับกระดูกที่แทงทะลุเนื้อออกมา
เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมา เด็กชายพยายามจะขยับขาแต่กลับทำไม่ได้ เขารู้สึกกลัวและตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เด็กชายต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ลุงเวอร์นอนเข้ามาในห้องของเขากลางดึกก่อนจะข่มขืนเขาจนเขาสลบแต่ก็พอจะจำได้ในตอนที่สลึมสลือว่าอีกฝ่ายจับเขามัดก่อนจะจับยัดใส่รถ
เวอร์นอนขับรถมาสักพักก่อนที่รถจะเสียหลักแต่ก่อนที่รถจะพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอีกฝ่ายหักพวงมาลัยสุดแรงจนด้านที่ชนกับเสาไฟฟ้าคือด้านหลังคนขับซึ่งก็คือที่นั่งขอแฮรี่
ป้าเพ็ตทูเนียรีบเปิดประตูรถหลังจากปลดเข็มขัดนิรภัยได้แล้วก่อนจะวิ่งมาเปิดประตูหลังเพื่ออุ้มดัดลีย์ออกจากรถ
แฮรี่มองทุกๆการกระทำนั้นด้วยความมึนงง เริ่มรู้สึกได้ถึงของเหลวสีแดงฉานที่ไหลลงมาจากหัวที่ดูเหมือนจะแตกจากการที่รถกระแทกเมื่อกี้
เด็กชายพยายามดิ้นแต่มันกลับไร้ผล
แฮรี่หันกลับไปสบตาลุงเวอร์นอนอย่างอ้อนวอนแต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมานั้นก็คือแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
และเมื่อลองมองออกไปยังป้าเพ็ตทูเนีย
ในแววตาของเธอเองก็ไม่ได้ต่างไปจากสามีของเธอเลย ...มีแต่ความเกลียดชัง...
เวอร์นอนเปิดประตูรถออกมายืนดูเขาที่ข้างหน้าต่างก่อนจะแสยะยิ้มพลางจุดไฟแช็กแล้วจ่อมันกับกองน้ำมันที่หก
“ลาก่อน ไอ้ตัวประหลาด” เวอร์นอนยิ้มเย็นก่อนจะเดินจากไป
“ไม่นะ ได้โปรด อย่าทิ้งผมไว้ ช่วยด้วย ได้โปรด!!”
แฮรี่กรีดร้อง น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาสีมรกตทั้งสองข้างด้วยความหวาดกลัวในขณะที่เปลวเพลิงเริ่มลามเข้ามาในตัวรถแค่นั้นยังไม่พอ
รถที่ชนกับเสาไฟฟ้าซึ่งบริเวณที่ชนนั้นมันเป็นเนินราดลงไปยัง ทะเลสาบ
ดังนั้นเมื่อผ่านไปสักพัก รถก็เริ่มเคลื่อนตัวลงไปตามแนวราดของเนินด้วยความรวดเร็วก่อนจะพุ่งลงไปยังทะเลสาบ
“ไม่นะ ไม่ ไม่! ช่วยผมด้วย
ใครก็ได้ ได้โปรด ช่วยด้วย!!”เด็กชายร้องไห้อ้อนวอน
แต่กลับไม่มีใครมาช่วย ในขณะที่รถกำลังจมลงเรื่อยๆ
นั้นยิ่งทำให้แฮรี่ขวัญผวายิ่งกว่าเก่า เด็กชายใช้มือทั้งสองข้างที่ถูกมัดทุบกระจกอย่างไม่กลัวเจ็บและส่งเสียงร้องด้วยความกลัว
ในใจได้แต่นึกภาวนาขอให้เขารอดชีวิตโดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะอยากอยู่ต่อไปทำไมก็ในเมื่อเขาคิดมาตลอดว่าอยากตายพร้อมพ่อกับแม่ตอนอุบัติเหตุรถชนที่เขาจำไม่ได้
พอมาตอนนี้ที่เขากำลังจะตายจริงๆเขากลับรู้สึกอยากมีชีวิตรอด
น้ำเริ่มท่วมทั่วคันรถ อากาศหายใจเริ่มไม่มีเด็กชายพยายามดิ้นทุรนทุรายให้หลุดจากพันธนาการ
ทั้งจากเชือกที่มัดมือมัดเท้าทั้งสองข้างและเข็มขัดนิรภัย แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดไปได้
นอกจากจะได้แผลเพิ่มขึ้นเสียมากกว่า
แต่แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนตนเองโดนแรงกระชากบางอย่าง
ดึงวูบออกมาจากรถคันนั้นที่จมลึกลงไปเรื่อยๆ เมื่อมารู้สึกตัวอีกที
ร่างของเขาก็หล่นลงมาบนกองดินข้างทางเสียแล้ว
“ฉันบอกแล้วไง ว่าเจ้าเด็กนี่มันเป็นตัวประหลาด”
เสียงสนทนาเหนือหัวทำให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นมอง เขาทั้งไอและสำลักน้ำที่เข้าไปในปอด
ตาก็พล่ามัวและแสบจากการจมน้ำและร้องไห้ ภาพที่เห็นอย่างเลือนรางคือป้าเพ็ตทูเนียที่อุ้มดัดลีย์กำลังคุยอะไรบางอย่างกับผู้หญิงผมแดงในชุดเสื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ
“เขาไม่ใช่สัตว์ประหลาด” หญิงคนนั้นกล่าวก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เยือกเย็นหากแต่มันกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชัง
ไม่ได้ต่างไปจากลุงป้าเขาเลย “แต่เป็นปีศาจร้ายต่างหาก
และพวกเรามีวิธีจัดการกับปีศาจร้ายที่ถูกต้อง”
“แล้วเงินของพวกเราล่ะ” ลุงเวอร์นอนที่ยืนอยู่ข้างๆป้าเพ็ตทูเนียตลอดพูดขึ้น
สีหน้าของเขาบอกได้เลยว่า ชายร่างอ้วนอยากไปจากที่นี่เต็มแก่แล้ว
หญิงผมแดงปรายตามองชายร่างอ้วนก่อนจะหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอซึ่งใส่ชุดสีดำทั้งหมดและจากสภาพตาของแฮรี่ทำให้เขาดูภาพไม่ค่อยชัดว่าพวกเขามีกี่คนกันแน่
แต่ที่มั่นใจเลยก็คือพวกเขามีมากเหลือเกินและเขาคงไม่สามารถหนีไปจากที่นี่ในสภาพแบบนี้ได้แน่
“จ่ายเงินให้พวกเขาไป แล้วเอาเด็กนี่ไปที่โรงแรม
พวกเราจะทำพิธีชำละล้างกัน” เธอสั่งก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่คนชุดดำคนหนึ่งเปิดประตูรอไว้ให้
แฮรี่ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นและไม่คิดอยากจะทำความรู้จักด้วย
โดยเฉพาะพิธีชำละล้างอะไรนั้น เขายิ่งไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยใหญ่เลย
เขาจึงตัดสินใจพยายามหนี หากแต่ว่า ร่างกายเขาที่ยังถูกมัดนั้นทำให้เขาไม่สามารถวิ่งหนีได้
“ไม่นะ อย่า!!” แฮรี่กรีดร้องเมื่อชายชุดดำคนหนึ่งจับเขาอุ้มพาดบ่าราวกับเขาเป็นกระสอบทราย
หลังจากนั้นเขาก็ถูกจับยัดใส่รถอีกครั้งในรอบวันแล้วถูกขับรถพามายังโรงแรมที่ไหนสักแห่ง
พวกนั้นไม่คิดจะรักษาเขาหรือใดๆทั้งสิ้น นอกจากจับเขามัดกับเหล็กทรงกลมหน้าตาประหลาดที่เป็นรูปดาวห้าแฉก
เขาไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสั่นกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาต่อไป
หูของเขาอื้ออึงในขณะที่หญิงผมแดงพูดอะไรบางอย่างกับคนของเธอราวกับการประกาศหรืออะไรสักอย่างแต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา
มันช่างโหดร้าย
ชายคนหนึ่งเดินตรงมาหาเขาพร้อมกับราดบางอย่างทั่วตัวเขาแล้วตามมาด้วย...ไฟ...
เขาถูกจับเผาทั้งเป็น เขาพยายามดิ้นให้หลุด
ร้องให้คนช่วยและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของเขา
ผิวหนังของเขาค่อยๆกลายเป็นสีดำ ช่างน่าแปลก ทั้งๆที่เขาถูกเผา
แต่กลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว แล้วหลังจากนั้น ทุกๆอย่างก็มืดมิด
.
.
.
ในขณะที่กำลังมีพิธีเผ่าแม่มดในโรงแรมนั้น
จู่ๆไฟก็ดับลงทั้งโรงแรม รวมไปถึงไฟที่ลุกไหม้เด็กชายเองก็ดับมอดไปอย่างน่าประหลาด
เสียงรองเท้าดังกระทบพื้นท่ามกลางความเงียบสงัด
ทุกๆคนที่อยู่ที่นี้ต่างรู้สึกหวาดผวา พยามจุดไฟเท่าไรไฟก็ไม่ติด สักพักก็เกิดเสียงกรีดร้องราวกับสัตว์ที่กำลังโดนเชือดดังขึ้น
นั่นยิ่งทำให้ทุกๆคนกลัวกันเข้าไปใหญ่ ยิ่งมืดๆแบบนี้การหาทางออกยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่
เสียงรองเท้าค่อยๆดังขึ้น ดังขึ้น เช่นเดียวกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับเสียงรองเท้านั้นมาพร้อมกับความทรมานจนกระทั่งจู่ๆไฟก็ติด
ปรากฏให้เห็นสภาพโดยรอบโดยชัดเจนซึ่งภาพที่ปรากฏนั้นทำให้หลายๆคนพากันกรีดร้องด้วยความหวดกลัวและสยดสยอง
เมื่อทั่วทั้งพื้นห้องเต็มไปด้วยเลือดและก้อนเนื้อซึ่งชิ้นส่วนบางส่วนบ่งบอกว่ามันเคยเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์มาก่อน
และเมื่อสังเกตดูให้ดีแล้วจะพบว่าจำนวนคนที่อยู่ในห้องนี้นั้นลดลงเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“พระเจ้าเมตตาด้วย” หนึ่งในคนที่เหลือรอดพูด
“พระเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว และไม่คิดจะให้ความเมตตากับพวกเจ้า”
เสียงหนึ่งดังตอบอย่างเยือกเย็นก่อนที่ร่างของเหล่าผู้เหลือรอดจะถูกบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นฉีกเป็นชิ้นๆจนไม่เหลือผู้ใดรอดชีวิต
เมื่อไม่เหลือใครแล้ว
แสงสว่างมากมายก็มารวมตัวกันก่อนจะปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดไปรเวทเสื้อโค้ทตัวใหญ่ยาวสีดำ
สวมหมวกสีเดียวกับเสื้อโค้ทของเขา บนใบหน้าคมนั้นสวมหน้ากากลายตารางหมากรุกขาว-ดำ
และสวมรองเท้าบู๊ตสีดำสนิท
ร่างสูงของชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งพลางกวาดสายตามองโดยรอบที่เต็มไปด้วยซากศพและก้อนเนื้อ
ฉับพลัน จู่ๆทั้งก้อนเนื้อและรอยเลือดก็หายไปในพริบตาราวกับว่าภายในห้องนี้นั้นไม่เคยเกิดเหตุฆาตกรรมสังหารหมู่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มเริ่มออกก้าวเดิน ตรงไปยังร่างของเด็กชายที่ยังคงถูกแขวนไว้กับดาวห้าแฉก
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างที่กลายเป็นสีดำมะเมือง ภาพที่เขาเห็นทำให้ชายหนุ่มกำหมัดแน่น
แววตาสีฟ้าครามของเขาฉายชัดถึงความเจ็บปวด เขาค่อยๆปลดล็อกที่ข้อเท้าและข้อมือของร่างเล็กก่อนจะรับร่างที่ล่วงลงมาอยู่ในอ้อมกอดอย่างไม่สะทกสะท้านต่อความร้อนที่ยังคงไม่หายไป
หรือสภาพที่กลายเป็นเนื้อไหม้ของร่างในอ้อมอก
น้ำตาหยดลงบนใบหน้าเล็กที่ไม่สามารถแยกเคร้าโครงของดวงหน้าออกไปอีกต่อไปแล้วว่าคนตรงหน้านั้นเคยมีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง
“กลับบ้านกันเถอะนะ แฮรี่”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มก่อนจะเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++
...ราวกับอดีตที่วกกลับมาซ้ำรอยครั้งแล้วครั้งเล่า...ชาวการ์เดียน
หรืออมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้าย...และที่ร้ายที่สุด...เป็นฝันร้ายของเหล่าพ่อมดแม่มด...การถูกเผาทั้งเป็น...
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา
คือหลานชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเสียตั้งนานถูกจับเผาทั้งเป็น สำหรับเขา
มันคือฝันร้าย ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง
หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยแรงโทสะ
หากจะเทียบกับไฟที่กำลังโหมไหม้ร่างกายของเด็กชายแล้ว
ไฟโทสะของเขานั้นแรงกว่าเพราะว่ามันทำให้เขาฆ่ามนุษย์ที่อ่อนแอกว่าเขาหลายร้อยเท่าได้ในพริบตาอย่างไม่มีความเมตตาปราณีหรือความลังเลใดๆ ก็แค่ให้พวกมันชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป เขาอาจไม่สมควรไปพิพากษาใครต่อใคร แต่พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายคนอื่นเพียงแค่เพราะว่าพวกเขานั้นแตกต่างไปจากพวกมันเช่นกัน
แต่ต่อให้พวกมันตายหมด
ไฟโทสะภายในใจของเขานั้นก็ไม่ได้มอดดับลงไปด้วย
ร่างที่เขาจับช่างเปราะบางราวกับถ่านไม้ที่ถูกไฟเผาจนเกรียม
ร้อนราวกับเนื้อที่เพิ่งออกจากเตาและกลิ่นเนื้อไหม้ที่ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด เขาไม่อาจสกัดน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาไม่ได้
เพราะมันช่างโหดร้ายเกินไป สำหรับเด็กตัวเล็กๆที่ไม่รู้อะไร เด็กน้อยบริสุทธิ์ที่เกิดมาพิเศษไม่เหมือนใคร
แล้วต้องมาเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายแบบนี้ตั้งแต่อายุเท่านี้
มันช่างโหดร้ายและน่าเวทนาเสียจริง
เขาพาแฮรี่มารักษา
แต่เพราะไม่สามารถพาไปโรงพยาบาลหรือพาไปหาหมอดีๆที่ไหนได้เพราะถ้าเขาทำแบบนั้น
ทุกๆอย่างจะวกกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่อง ซึ่งก็คือแฮรี่ต้องทนถูกทารุณกรรมอีกครั้ง
เขาจึงทำได้เพียงแค่ช่วยรักษาเด็กคนนี้ในวิธีแบบของเขา
ทุกๆครั้งที่เด็กชายตื่นและร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด
เขาทำได้เพียงแค่จับมือเล็กๆนั้นไว้หรือไม่ก็โอบกอดร่างเล็กที่กลายเป็นเนื้อย่างมีชีวิตไว้แนบอก
พร่ำบอกคำปลอบโยนเท่าที่จะทำได้และร้องเพลงกล่อมให้เด็กชายหลับ
เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดทรมานไปมากกว่านี้
ก็แค่หลับไปสักพักจนกว่าเขาจะรักษาเสร็จ ให้เด็กชายหายดีซึ่งมันใช้เวลานานพอสมควร
เขาใช้เวลาที่มีอยู่ทั้งหมด ปรุงยา ร่ายเวทมนต์ ทำทุกๆอย่างให้หลานชายหายดีจนร่างที่เคยดำไหม้เริ่มจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้ว
ผิวหนังสีดำเริ่มเปลี่ยนเป็นผิวเนื้อสีนวลอย่างที่มันควรจะเป็น
ผมสีนิลเริ่มงอกยาวลงมาและดวงตา
ยังบอกไม่ได้ว่ามันเป็นเช่นไรเพราะเด็กน้อยยังคงหลับอยู่ แต่อย่างน้อยร่างกายทั้งหมดของเด็กน้อยก็เริ่มจะกลับมาเป็นปกติแล้ว
หรืออาจดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำเพราะว่าชายหนุ่มนั้นบำรุงรักษาและดูแลอย่างดีราวกับสมบัติล่ำค่า
ครันจะใช้คำว่าไข่ในหินก็เกินไปเพราะว่าจากประสบการณ์หลายร้อยหลานพันปีที่ผ่านๆมา
ตัวเขานั้นรู้ดีว่าหากเลี้ยงดูเด็กราวกับไข่ในหินล่ะก็
พวกเขาจะต้องมีส่วนที่บกพร่องอย่างแน่นอนซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น การเอาชีวิตรอดในโลกอันแสนโหดร้ายแต่สวยงามแห่งนี้
ก็จะพล่อยยากลำบากสำหรับเด็กเหล่านั้นไปด้วย ไม่ว่าข้อบกพร่องอาจะเป็นความหลงตัวเอง
ทำโน้นทำนี่ไม่เป็น กลัวการเข้าสังคม กลัวโน้นกลัวนี่ ฯลฯ ซึ่งมันไม่ค่อยส่งผลดีต่อตัวเด็กสักเท่าไร เขาจึงทำเพียงแค่ดูแลให้ดีๆแต่ก็ไม่ดีจนเกินไป
แต่กับเด็กน้อยที่ยังคงหลับอยู่แบบนี้ เขาก็คงต้องดูแลดีกว่าเดิมหน่อย...สุดท้ายก็ปรนนิบัติอย่างดีซะงั้น...
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ที่อยู่ด้วยกันกับเด็กคนนี้สองคน
ไม่รู้ว่าเด็กชายจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่อย่างน้อยแฮรี่ก็ปลอดภัยแล้ว
และในตอนนี้ก็อยู่กับเขา
ฝ่ามือหนาลูบสัมผัสที่หน้าผากมนอย่างเอ็นดู
ถึงแม้ทั่วทั้งตัวของร่างเล็กจะยังมีผ้าพันแผลพันอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หนาอะไรมาก
เขารู้สึกอยากทำอะไรสักอย่าง...อะไรสักอย่างที่จะช่วยให้ชะตากรรมของแฮรี่เลวร้ายน้อยกว่านี้...ให้ดีเลยคือไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆเกิดขึ้นกับแฮรี่เลยยิ่งดี
แต่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้
“อือ~” ร่างตรงหน้าเขาเริ่มขยับตัว
เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเจ็บปวดหรือเพราะแฮรี่กำลังจะตื่นแต่ไม่ว่าจะในกรณีไหนๆมันก็ทำให้ใจของเขากระตุกอยู่เสมอๆ
ดวงตาที่ปิดสนิทมาตลอดหลายวันหรืออาจเป็นเดือนเริ่มขยับ
ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีมรกตคู่งามเป็นประกายที่จ้องมองมาที่เขาด้วยความอ่อนล้า
ร่างเล็กขยับตัวเหมือนจะลุกขึ้นมานั่งซึ่งเขาก็ช่วยพยุงหลานชายให้ลุกขึ้นมานั่งแล้วนำหมอนมาหนุนหลังให้เด็กชายรู้สึกสบาย
เขาหยิบแก้วน้ำมาจรดที่ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ดูแห้งผากเพื่อให้เด็กชายได้ดื่มน้ำ
เขาค่อยประคองแก้วให้แฮรี่ดื่มน้ำจนคิดว่าเด็กชายน่าจะพอแล้วจึงนำแก้วไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงเช่นเดิม
“...” อาจเพราะยังไม่หายดี
หรือเส้นเสียงแตกจากการที่แฮรี่กรีดร้องตอนกำลังโดนเผา
รวมไปถึงเส้นเสียงยังไม่หายดี ทำให้เวลาเด็กชายพูด กลับไม่มีเสียง
มีเพียงริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ขยับเป็นคำพูด
แต่เขาก็พอจะรู้ว่าแฮรี่ต้องการจะสื่อถึงอะไร
“สวัสดี แฮรี่ ฉันชื่อ เช็คเกอร์เฟส เบียอาทริเช่ โซโลม่อน
หรือจะเรียกฉันว่า แช็ค ก็ได้นะ” เขาพูดพลางลูบหัวร่างเล็กที่ในคราแรกนั้นตัวเกร็งยามมาเขาสัมผัสก่อนจะค่อยๆผ่อนคลาย
ดวงตาสีมรกตดูหวาดกลัวไม่น้อยแต่ความหวาดกลัวนั้นก็เริ่มหายไป
เหลือไว้แต่ความสงสัยปนอยากรู้อยากเห็น
“ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะแฮรี่
ฉันจะไม่ยอมให้เธอเจอกับเรื่องโหดร้ายแน่นอน ฉันสัญญา” แช็ค
พูดพร้อมกับยิ้มให้แฮรี่ ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ
รอยยิ้มนั้นปลอบโยนหัวใจที่บอบช้ำและหวดกลัวของเด็กน้อย
ความอบอุ่นและรอยยิ้มจริงใจทำให้เด็กน้อยที่ไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านี้มาก่อนในชีวิตถึงกับหลั่งน้ำตา
แช็ค เห็นดังนั้นถึงกับอึ้ง ผละไปชั่วครู่
แล้วคว้าร่างของเด็กชายเข้ามากอดปลอบ มือหนาลูบหัวปลอบอย่างทะนุถนอมร่างเล็ก
มันยิ่งทำให้แฮรี่ร้องไห้ อาจเพราะความตื้นตันใจหรือความดีใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไหน
เขาอยากหยุดช่วงเวลานี้ไว้ ตลอดไป
“จะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะรับเธอเป็นลูกบุญธรรม” แช็ค
ถามอย่างไม่ลังเล เพราะว่าเขาได้สัญญากับลูกพี่ลูกน้องของเขาไว้แล้ว
ว่าจะดูแลลูกชายแก้วตาดวงใจให้ และการรับเด็กคนนี้เป็นลูกบุญธรรมเป็นวิธี
ที่จะทำให้แฮรี่ได้อยู่นี้โดยไม่สนกฎไปสักพัก ถือว่าเป็นการมาพบกันครึ่งทาง
เขาจะดูแลแฮรี่จนกว่าเด็กคนนี้จะพร้อมเผชิญกับเรื่องราวอันโหดร้ายและชะตากรรมของเขาจริงๆ
แฮรี่ที่ยังคงซุกอยู่ที่อกของ แช็ค
พยักหน้าทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ เพราะว่าในที่สุด เขาก็จะมีครอบครัวและเขาเชื่อว่าชายคนนี้
จะต้องทำให้เขาได้พบกับความสุขอย่างแน่นอน
สำหรับ แช็ค การรับแฮรี่เป็นลูกบุญธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
ถึงแม้จะต้องเจอเหล่าผู้อาวุโสหรือน้าๆของเขาคัดค้าน แต่เขาก็สามารถทำได้สำเร็จ
ทั่วทั้งราชอาณาจักรต่างรู้เรื่องของแฮรี่ดีและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ
แช็ค ประคบประหงมดูแลแฮรี่อย่างดี รอวันเวลาให้เด็กชายหายดี
ในระหว่างนั้น ก็เล่าเรื่องราวของราชอาณาจักรการ์เดียน
บ้านใหม่ของแฮรี่ให้เด็กน้อยฟัง ทั้งเรื่องของ กฎหมาย จารีตประเพณี ธรรมเนียม
ชื่อเมืองหลวงหรือนครหลวง
สกุลเงินซึ่งมีไปก็เท่านั้นเพราะว่าราชอาณาจักรการ์เดียนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเงิน
สถานที่ตั้ง และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงเมืองเรื่องราวของนครนิโคลัสซึ่งเป็นเมืองแห่งเวทมนต์โดยมีแช็คเป็นผู้ปกครองนครแห่งนี้
แต่ถ้าเป็นระดับอาณาจักร
เขาเป็นแค่อันดับสองเพราะอันดับหนึ่งนั้นเป็นของน้องชายของเขา กาเบลีย โซโลม่อน
“แฮรี่ ลูกจะให้ ป๊ะป๋าเล่าเรื่องของพอกับแม่แท้ๆของลูกให้ฟังมั้ย?”
แช็ค ถาม ในตอนนี้ แฮรี่ก็ยังคงพูดอะไรไม่ได้เพราะเส้นเสียงยังไม่หายดี เด็กน้อยจึงทำได้แค่พยักหน้า
ถึงเขาจะรู้สึกหน่วงๆในใจเมืองต้องมาเล่าเรื่องการตายของพ่อแม่แฮรี่ให้ฟัง แต่แฮรี่มีสิทธิจะรับรู้เรื่องพวกนี้
“อืม...จะเริ่มยังไงดีล่ะ งั้นขอเริ่มยาวหน่อยก็แล้วกัน
มันเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2000-4000 ปีก่อน ฉัน พ่อของเธอแบทเลอร์ เบอร์นาดัสพ่อแท้ๆของลูก,แองเจ
เบอร์นาดัสน้องสาวของพ่อลูก,ก็อดดิก กริฟฟินดอร์,เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ,โรวีน่า
เรเวนคลอและซัลลาซาร์ สลิธิลิน ช่วยกันสร้างโรงเรียนเวทมนต์ที่ชื่อ ฮอกวอตส์ขึ้นมาโดยให้
ก็อดดิก,เฮลก้า,โรวีน่าและซัลลาซาร์เป็นผู้ก่อตั้งหรือที่คนในโลกเวทมนต์เรียกกันว่า
ผู้ก่อตั้งทั้ง 4 ...แต่พวกเขาก็เป็นผู้ก่อตั้งแค่ในนามเท่านั้นเพราะว่าจริงๆแล้วผู้ก่อตั้งมันมี
7 คน แต่ก็นะ ในช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่ชาวการ์เดียนเราต้องหวาดระแวงในหลายๆอย่าง
ยิ่งพวกจักรวรรดิโอเดียรู้ว่าเราทำอะไรที่ไหน ที่นั้นได้พินาศแน่
โชคดีที่พวกมันไม่รู้จักทั้งสี่คน
พวกเราเลยตกลงกันให้ทั้งสี่คนเป็นผู้ดูแลโลกเวทมนต์
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องสร้างอะไรพวกนี้ เราช่วยกันสร้าง แต่สี่ผู้ก่อตั้งรับหน้าที่ดูแลต่อ
และรอเวลาจนกว่าจะถึงวันที่ชาวการ์เดียนมีประเทศเป็นของตัวเองแล้วค่อยมาอพยพผู้คนในโลกเวทมนต์มายังราชอาณาจักรการ์เดียนของพวกเรา
จะได้ไม่ต้องซ่อนตัวอยู่ในโลกของมนุษย์ ไม่อยากจะคุย
ว่าคนที่สอนทั้งสี่ผู้ก่อตั้งและพ่อของลูกคือ ป๊ะป๋าเองนะ
ที่พวกนั้นเก่งเมพได้ขนาดนั้น มันเป็นเพราะ ป๊ะป๋า ก็นะ ครูเก่งยังไง
ลูกศิษย์ก็เก่งอย่างนั้น” แช็ค
พูดยิ้มๆทำให้แฮรี่เผลอหลุดขำออกมากับความหลงตัวเองของแช็ค แต่แช็ค
ก็แค่กะพูดให้แฮรี่ตลกเท่านั้น ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม
“แต่หลังจากเวลาผ่านไป พวกเรามีประเทศเป็นของตัวเองแล้ว
แต่อะไรๆมันยังไม่ลงตัวจึงยังไม่สามรถพาพวกในโลกเวทมนต์มาอยู่ที่นี่ได้
แต่พวกเราคิดว่าน่าจะไปเยี่ยมโลกเวทมนต์สักหน่อย
พวกเราจึงไปที่โลกเวทมนต์กันแล้วก็พบว่า ผู้ก่อตั้งทั้ง 4
ตายแล้วซึ่งสาเหตุก็มาจากพวกโอเดีย พวกเราทุกๆคนรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้
หึ พ่อของลูกเล่นพิเรนทร์อะไรไม่รู้ โดยการแอบแฝงเข้าไปเป็นนักเรียนในโรงเรียน ฮอกวอตส์
แล้วก็ได้พบกับแม่ของลูก เจมส์ พอตเตอร์...ในตอนนั้น
พวกเขาก่อตั้งแก๊งขึ้นมาในโรงเรียนเพื่อคอยสืบเสาะและรักษาความสงบสุขให้กับโรงเรียน
ซึ่งสมาชิกหลักๆก็มีพ่อกับแม่ของลูก,แองเจ,ซีเรียส แบล็ก,รีมัส ลูปิน,เซเวอรัส
สเนปและทอม ริดเดิ้ล แต่ ป๊ะป๋าก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักหรอกนะเพราะว่า
ในช่วงนั้น ป๊ะป๋าไม่ค่อยได้อยู่กับพวกเขาเท่าไร ป๊ะป๋า ต้องทำงานโน้นนี่นั้นเพื่อทำให้เมืองเสร็จสมบูรณ์
แต่เท่าที่จำได้ มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากๆเลยล่ะ
ถือว่าเป็นหนึ่งในความทรงจำแสนสุขก็ได้ อ้อ ถ้าจำไม่ผิดในช่วงนั้น แองเจ พบรักกับ
นาร์ซิสซ่า แบล็ก ญาติของซีเรียสด้วยล่ะ อะไรๆก็ดีไปหมด แม่ของลูกเป็นคนดี
อาจทำตัว...ประมาณว่าชอบแกล้งคนอื่นเพื่อให้คนๆนั้นสนใจนิดๆหน่อยๆ
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนดีที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า รักเพื่อนฝูง
ซึ่งก็เข้ากับพ่อของลูกที่เป็นคนรักเพื่อน รักครอบครัว เชื่อใจคนอื่น
ชอบช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า แต่ข้อเสียของพ่อเธอคงจะเป็นนิสัยชอบลวนลามชาวบ้านเขามากกว่ามั้ง”
พอพูดมาถึงจุดนี้ แช็ค ก็หัวเราะออกมาอย่างสุดจะทน
ถึงแววตาของเขาจะแสดงออกถึงความเศร้าแต่ในขณะเดียวกันมันก็แสดงถึงความสุขเช่นกัน
แฮรี่มองหน้าของ แช็ค ตาปริบๆพลางนึกภาพตามที่แช็ค เล่าให้ฟัง
ก่อนจะยิ้มกับสิ่งที่เขาจินตนาการคือภาพพ่อกับแม่เดินหยอกล้อกันในโรงเรียนเหมือนฉากในละครไม่มีผิด
แต่พอนึกถึงพ่อกับแม่แล้ว มันทำให้แฮรี่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่สุด
“ฮาๆๆ เอาล่ะๆ มาต่อกันนะ ก็ หลังจากที่เรียนจบ พวกเขาก็แต่งงานกันแล้วก็มีลูก
ส่วนคู่แองเจกับนาซิสซ่านั้นแย่หน่อย ตรงที่นาซิสซ่าถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับ
ลูเซียส มัลฟอย โดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้
แองเจจึงวางแผนพานาซิสซ่าหนีหลังจากนาซิสซ่าคลอดลูกให้กับตระกูลมัลฟอยแล้ว
แต่ก็ความคิดนั้นก็ล้มซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ที่พ่อแม่ของลูกตาย ในตอนนั้นเกิดสงครามขึ้น
ระหว่างดาร์กลอดร์โวลเดอร์มอร์หรือก็คือทอม ริดเดิ้ลกับ อัลบัส ดัมเบิลดอร์
ซึ่งพ่อแม่ของลูกอยู่ฝ่ายดาร์กลอดร์และนั้นก็คือเหตุผลที่พวกเขาถูกฆ่า” แช็ค
หยุดพูด เขารู้สึกไม่อยากจะพูดต่อแต่เขาก็ต้องบอกออกไปให้หมด ...ความจริงที่แฮรี่สมควรได้รับรู้...แฮรี่ต้องรู้...
“ในวันนั้น
ป๊ะป๋ากำลังจะไปบอกข่าวดีกับแบทเลอร์ว่าอาณาจักรของพวกเราพร้อมที่จะเป็นที่อยู่อาศัยให้กับทุกๆคนแล้ว
แต่สิ่งที่ ป๊ะป๋าพบเมื่อไปถึงบ้านของเจมส์ที่กริมโมลเพสคือ...สุสาน...แก๊งของแบทเลอร์ที่มาเพื่อพบลูก
โดนพวก อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เล่นงาน โวลเดอร์มอร์โดนล้างสมองให้ฆ่าลูก
แต่มันไม่สามารถทำอะไรสายเลือดของผู้สร้างโลกเวทมนต์ได้
มันจึงทำให้ร่างของดาร์กลอดร์สลายหายไป แต่จิตวิญญาณของเขายังอยู่
และมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เป็น 7 ชิ้นส่วนซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่กับลูก” แช็ค
พูดพร้อมกับใช้มือสัมผัสที่หน้าผากของแฮรี่
ซึ่งในตอนนี้ไม่ได้เป็นแผลเป็นรูปสายฟ้า หากแต่เป็นแผลเป็นรู้ดาวหกแฉกแทนซึ่งมือเล็กก็จับที่มือของเขาที่สัมผัสอยู่ที่หัวของเจ้าตัวอย่างรู้ความหมาย
“อะไรๆก็แย่ไปหมด เซเวอรัส
โดนล้างสมองและโดนใส่ความทรงจำผิดๆลงไป โดนสารพัดเลยล่ะ
ส่วนซีเรียสก็ไม่ต่างกันแต่ต่างกันตรงที่ว่าซีเรียสโดนใส่ร้ายเลยถูกจับเข้าคุกอัซคาบัน
ไม่รู้ป่านนี้บ้าไปแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆเขายังไม่ตายหรอก แต่ที่แย่ที่สุดคงเป็น รีมัสที่ถูกพวกมันจับไปทรมานซึ่งทรมานยังไงนี่
ป๊ะป๋าขอไม่พูดถึงแล้วกัน มันน่าขนลุก” แช็ค
พูดพลางหลบสายตาอยากรู้อยากเห็นของแฮรี่ซึ่งเด็กน้อยก็กระโดดขึ้นมานั่งตักแล้วมองด้วยสายตาอ้อนๆ
หวังให้ แช็ค พูดออกมาให้หมด
แต่เพราะชายหนุ่มเจอมุกนี้จนเริ่มมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาบ้างแล้ว
“ฟังเนื้อๆให้จบก่อนนะ น้ำๆเดี๋ยว
ป๊ะป๋าอธิบายให้ฟังทีหลัง” แช็ค
ใช้วิธีมาพบกันครึ่งทางซึ่งแฮรี่ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย
“แต่จากล่าข่าวล่าสุด ดาร์กลอดร์ได้ร่างกลับมาแล้ว
และเหมือนมันจะบ้าไปแล้ว ความจริงหลายๆอย่างถูกบิดเบือน...ไม่สิ...มันหายไป
แล้วถูกแทนที่ด้วยคำโกหกหลอกลวง โลกเวทมนต์เริ่มเสื่อมทรามลง
และมันถึงเวลาที่ผู้มีสายเลือดแห่งผู้สร้างโลกเวทมนต์จะทำหน้าที่ทำลายสิ่งโสมมแล้วนำพาผู้คนที่เชื่อมั่นศรัทธาเขามายังราชอาณาจักรแห่งนี้
ซึ่งคนๆนั้นก็คือลูก” แช็ค พูดก่อนจะลูบหัวร่างเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนตักของเขา
ดวงตาสีมรกตจ้องมองมาที่เขาตาใสแป๋วจนเขาอดหมั่นเขี้ยว หอมฟอดที่แก้มนิ่มๆนั้นแล้วซุกหน้ากับซอกคอหอมนุ่มนิ่มของเด็กน้อยอย่างอ่อนใจ...เพราะว่าเขาไม่อยากให้แฮรี่ทำเรื่องแบบนี้เลย...
“ป๊ะป๋า ขอโทษนะแฮรี่ ทั้งๆที่ ป๊ะป๋าเคยบอกไว้ว่าจะไม่ให้ลูกต้องเจอกับเรื่องโหดร้าย
แต่ ป๊ะป๋ากลับกำลังจะส่งลูกไปเจอกับเรื่องโหดร้ายมากมาย ป๊ะป๋าขอโทษนะ” แช็ค
พึมพำพลางกระชับอ้อมร่างของแฮรี่เข้ามากอด...แม้กระทั่งผู้ที่มีพลังเช่นเขา...ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำนายได้...ไม่สามารถเปลี่ยนชะตากรรม...แต่เขาสามารถช่วยได้
ดังนั้นเขาจะช่วยเด็กคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้...
แฮรี่รับรู้ความคิดทุกๆอย่างของ แช็ค เพียงแค่ได้สัมผัส
เขาก็สามารถรู้ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับชายคนนี้ได้แล้วและเขารู้ว่าชายคนนี้จริงใจกับเขาและรักเขามากแค่ไหน...ถ้าหากมันคือเรื่องจริง...ถ้าหากมันคือชะตากรรมของเขา...เขาก็จะน้อมรับมัน...เพราะว่าไม่มีอะไรต้องกลัว...ก็เขามี
ป๊ะป๋า
แช็คอยู่ทั้งคน...เขารู้สึกว่าถ้ามีชายคนนี้คอยอยู่เตียงข้าง...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...เขาก็จะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น...และไม่ใช่แค่เขา
ที่ถูกชะตากรรมกำหนดมาแล้ว แช็ค เองก็เคยเจอกับเรื่องแบบเดียวกับเขามาแล้ว
การต้องเผชิญหน้ากับความตายและทางที่ต้องเลือก ชายหนุ่มได้ผ่านมันมาแล้วพร้อมกับแผลใจ แต่ถ้ามีใครสักคนอยู่เคียงข้าง
ทุกๆอย่างก็จะเรียบร้อย
“มะ...ไม่เป็นไร ป๊ะป๋า”
เสียงเล็กที่ดังออกมาจากริมฝีปากสีอิ่มทำให้ แช็ค
เงยหน้าขึ้นมามองเด็กชาย...แฮรี่พูดได้แล้ว...
“ขอแค่มี ป๊ะป๋า ไม่ว่าชะตากรรมจะเป็นยังไง ผมก็ไม่กลัว”
แฮรี่พูดด้วยรอยยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่เคยเห็น
ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างกับความสดใสของเด็กน้อยตรงหน้าก่อนจะยิ้มแล้วคว้าตัวร่างเล็กมากอดแนบอก
.
.
.
...เจ้าแห่งศาสตร์มืดจะถูกสร้างขึ้นจากผู้ที่มีความละโมบ...ความเสื่อมโทรมจะมาเยือนโลกเวทมนต์อย่างเลี่ยงไม่ได้...ผู้คนจะจมลงสู้ความเสื่อมถอย
และเมื่อถึงตอนนั้น...ผู้ที่มีสายเลือดแห่งผู้สร้างโลกเวทมนต์จะปรากฏตัวขึ้น...เขาจะเป็นจ้าวแห่งเวทมนต์และพระเจ้าของเหล่าผู้วิเศษ...ผู้ที่มีความศรัทธาในตัวเขาและไร้อคติจะมองเห็นรูปกายที่แท้จริงของเขาและได้รับความช่วยเหลือ...พวกเขาจะไม่สูญเสียเวทมนต์
และได้เดินทางไปยังดินแดนที่เป็นดั่งสรวงสวรรค์...มีแค่ผู้ถูกเลือกเท่านั้นที่จะได้รับพรจากจ้าวแห่งเวทมนต์...ส่วนพวกที่เหลือจะต้องได้รับบทลงโทษ...พวกเขาจะไร้เวทมนต์...พวกเขาจะแก่ชรา...พวกเขาจะ
พิกาลและถูกขับไล่ออกจากดินแดนแห่งเวทมนต์ดั่ง
อดัมกับอีฟที่ถูกขับไล่จากสวนแห่งอีเดน...เมื่อถึงการนั้น...โลกเวทมนต์จะล่มสลาย...และวาระสุดท้ายของโลกเวทมนต์
อยู่ในมือจ้าวแห่งเวทมนต์...
.
.
.
...คำทำนายนี้ อาจหมายถึงแฮรี่ หรือ แช็ค
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร...สิ่งสุดท้ายจะต้องเกิดขึ้น...
...โลกเวทมนต์จะต้องล่มสลาย...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
TBC.
ว้าวๆๆเวอร์ชั่นนี้แจ่มกว่าที่แต่งตอนแรกอีกหมา~
ตอบลบเรื่องราวของแฮรี่ในแบบฉบับรีมิก ยำกันให้สนุก แล้วมันก็น่าสนุกที่สุดจริงๆเลยอ่ะ
ตอบลบ