Emperor of Bottomless 2 : ศิลาอาถรรพ์...อาบยาพิษจ้า~
เวลาผ่านไป 8
ปี ที่แฮรี่ใช้เวลาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรการ์เดียน และอยู่กับ แช็ค มันทำให้เขาก้าวข้ามความเป็นมนุษย์แล้วกลายเป็นพ่อมดโดยสมบูรณ์...เขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว...
บาดแผลต่างๆของเขาหายดีและมันทำให้เขาดูสวยขึ้นกว่าแต่ก่อน เขาสามารถพูดได้แล้วและพลังของเขาก็กล้าแกร่งมากๆเช่นเดียวกัน
เขาแทบจะเป็นพระเจ้าได้ เป็นรองก็แค่แช็ค กับพวกระดับสูงคนอื่นๆเท่านั้น แฮรี่เป็นเด็กที่เรียนรู้เร็ว
เขาจบหลักสูตรเวทมนต์ต่างๆและทุกสาขาเป็นคนแรกในราชอาณาจักรและรุ่นแรกที่เรียนที่โรงเรียนบราทซิลลาซ(Bratzillaz) โรงเรียนที่แช็ค เป็นคนสร้างจบ ในตอนนี้ แฮรี่ใช้นามสกุลเบอร์นาดัส
(หรือเบอร์นาดร์) นามสกุลของพ่อ เขาได้พบกับคุณปู่และคุณย่าซึ่งพวกท่านดีใจที่ได้เจอเขา
คุณย่าถึงขั้นวิ่งมากอดเขาแล้วร้องไห้ด้วยความดีใจ ในขณะที่คุณปู่ยืนมองเขานิ่งๆก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวของเขา
นอกจากนี้ แฮรี่ยังพบว่า เขามีคุณน้าที่...ดูจะเด็กกว่าเขามาก อย่าง โอฟีเลีย
เบอร์นาดัส แต่อันที่จริงเธอแก่กว่าเขามาก แต่กลับดูเหมือนเด็กอายุ 13-14 ปี
ซึ่งจากคำบอกเล่าของแช็ค โอฟีเลียหน้าตาแบบนี้มา 1000 ปีกว่าๆแล้ว
แฮรี่ได้รู้จักกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆอีกมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งครอบครัวใหม่ของเขานี้ทั้งอบอุ่นและมีความสุข
พวกเขามอบความรักให้กับแฮรี่โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทนนอกจากความสุขของแฮรี่
ซึ่งตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยพบเจอคนแบบนี้มาก่อน...มันทำให้เขามีความสุขมากๆ...
ในตอนนี้แฮรี่ทำงานเป็นอาจารย์วิชาควบคุมเวทมนต์ศาสตร์ในโรงเรียนบราทซิลลาซ ซึ่งค่อนข้างขาดครูผู้สอนและเขาก็เป็นอาจารย์ที่ดีมากๆเพราะนักเรียนหลายๆคนต่างชอบที่จะเรียนกับเขา...ซึ่งอาจรวมไปถึงความสวยของเขาด้วยล่ะมั้งที่ทำให้เขาค่อนข้างเนื้อหอม
ในวัย 16 ปี
แฮรี่ถูกใครหลายๆคนมาขอเป็นแฟน แต่ใครหลายๆคนที่ว่าก็กินแห้วกันไป
เพราะว่าแฮรี่ได้รักใครคนหนึ่งอย่างหมดหัวใจไปแล้ว ซึ่งคนที่โชคดีคนนั้นก็คือ แช็ค
ในวันเกิดอายุ
17 ปี คือช่วงเวลาที่แฮรี่ จะได้ก้าวเดินตามชะตากรรมของตน
นั้นคือการอพยพผู้วิเศษและสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ที่ศรัทธาในตัวเขาจากโลกเวทมนต์และทำลายโบกเวทมนต์ทิ้งซะ...มันเป็นเรื่องใหญ่
ที่เขาต้องเผชิญคนเดียว...โดยไม่มีแช็ค มันอาจฟังดูน่าใจหาย...แต่ไม่เป็นไร...เพราะว่าเขาจะทำเรื่องใหญ่นี้ให้สำเร็จและกลับมาหาแช็ค
แฮรี่วาดฝันไว้ว่า
เมื่อเขากลับมาจากการทำลายโลกเวทมนต์แล้ว เขาจะให้กำเนิดทายาทให้กับ แช็ค
และอยู่ด้วยกันกับครอบครัวของเขาอย่างมีความสุขตลอดไป
แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร
เขาต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นเสียก่อน...นั้นก็คือบ้านของพวกเดอร์สลีย์...
ลีออน
แม่มดสีเงิน น้องสาวของแช็ค หรือก็คือคุณน้าอีกคนของเขา ให้คำแนะนำว่าการทำลายโลกเวทมนต์ควรจะเริ่มจากการทดสอบศรัทธาและความคิดไตร่ตรอง
ไร้ความอคติและความลำเอียง เธอบอกให้เขาลองใช้ร่างตอนที่ถูกไฟไหม้จนกลายเป็นเนื้อไหม้สีดำในการพรางตา
มีแต่ผู้ที่มีศรัทธา ไร้อคติเท่านั้นถึงจะเห็นร่างจริงของเขาและเขาจะต้องกลายเป็นใบ้
มีเพียงผู้ที่มีศรัทธา ไร้อคติเท่านั้นถึงจะได้ยินเสียงของเขา
รวมไปถึงเรื่องเวทมนต์ เพื่อพิสูจน์ถึงจิตใจที่แท้จริงของผู้คนในโลกเวทมนต์
เขาจะต้องกลายเป็น สควิป แต่เขาจะต้องระวังให้มากๆ เมื่อใดก็ตามที่เขาจับไม้กายสิทธิ์
ไม้ที่เขาจับจะแตกทันทีเพราะไม่สามารถทนรับพลังเวทมนต์อันมากมายมหาศาลของเขาได้
เมื่อเขาถูกร่ายคาถาหรือคำสาปใดๆใส่ สิ่งเหล่านั้นจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้
รวมไปถึงแฮรี่สามารถกินเวทมนต์คาถาได้ทุกอย่างและเขาสามารถใช้เวทมนต์ได้โดยไม่ต้องใช้ไม้กายสิทธิ์และไม่ต้องร่ายคาถา
มันอาจฟังดูพิเศษแต่ทว่า...โลกภายนอกยังคงเต็มไปด้วยพวกโอเดีย...แฮรี่ไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะสามารถไว้ใจใครได้...ในโลกเวทมนต์มีเพียงคนเดียวที่เขาสามารถไว้ใจได้นั้นก็คือ
นาซิสซ่า แต่ถึงกระนั้นเขาก็ต้องระวังตัวให้มากอยู่ดี เพราะถ้าพลาดขึ้นมา
ความสุขของเขา ความฝันของเขา จะหายไป แล้วคิดเหรอว่าเขาจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นง่ายๆ
...ฝันเถอะ!
วันนี้
คือวันแห่งชะตากรรม แฮรี่ต้องอยู่ในร่างของเด็กชายวัย 11 ปี ร่างกายไหม้เกรียมจนกลายสีดำพร้อมกับผ้าพันแผลเต็มร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้เขาดูไม่ต่างไปจากมัมมี่สักเท่าไร
แต่มันก็แค่ภาพลวงตาเพื่อทดสอบศรัทธา
แช็ค
มาส่งเขาที่หน้าบ้านพวกเดอร์สลีย์ซึ่งก็คือบ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต สำหรับแฮรี่ มันเป็นสถานที่
ที่เขาไม่อยากจะกลับมาเหยียบอีก
เขายังจำได้ไม่เคยลืมว่าคนพวกนี้ทำอะไรกับเขาไว้บ้าง...คนในครอบครัวก็ไม่ใช่...ความเมตตาเห็นใจก็ไม่เคยมีให้...แล้วที่เลี้ยงเขาให้โตจนอายุ
8 ขวบนั้นก็เพื่อเงินตอบแทนของ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ พอตาแก่นั้นหายเงียบไม่จ่ายเงิน...เขาก็ถูกขายให้กับพวกภาคีแห่งวาทิล...เขาไม่รู้จะมองหาความดีจากครอบครัวนี้ยังไงดี...สิ่งเดียวที่เห็นก็มีเพียงแค่ผีเน่ากับโลงผุ ไม่สิ
หญิงหน้าม้ากับชายร่างช้างน้ำมากกว่า
“คิดอะไรอยู่แฮรี่?”
คำถามของแช็ค ปลุกแฮรี่ออกจากภวังค์
เขาหันไปมองหน้าคนที่เขารักที่สุดในโลกก่อนจะยิ้มแล้วเดินเข้าไปกอดร่างสูง
“ก็แค่กำลังตัดสินใจ
น่ะครับ ว่าจะทำยังไงกับพวกมันดี” แฮรี่ตอบเสียงอู้อี้พลางถูหน้าไปมากับอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน
“ลูกจะให้อภัยพวกมันก็ได้
แต่อย่าไว้ชีวิตพวกมัน” แช็ค พูดเหมือนทีเล่นทีจริง
หากแต่ความหมายของเขาก็คือ...ฆ่าพวกมันซะ...
“เห็นด้วยครับ”
แฮรี่พูดพลางยกยิ้มขึ้นมานิดๆ มันคงจะเป็นรอยยิ้มที่น่ารักถ้าหากดวงตาที่เป็นประกายของเขานั้น
ไม่ได้เป็นประกายสีแดงราวกับเปลวเพลิง
“ป๊ะป๋า น่ะ
อยากมีลูกชายชื่อมาคัสสักครั้ง” จู่ๆ แช็ค ก็กล่าวเรื่องลูกทำให้แฮรี่เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผมสีทองที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เขา
ดวงหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย หัวใจยิ่งเต้นแรงเมื่อแช็ค กอดเขาและยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหัวเขา
“ป๊ะป๋า รักแฮรี่มากๆนะ ถ้ากลับมาแล้ว เรามามีมาคัสน้อยด้วยกันนะ หรือ ลูกสาวตัวน้อยชื่อ
ลูน่าดีนะ”
สิ่งที่แช็ค
พูดมันแทบจะทำให้แฮรี่ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ แช็ค ยอมรับในตัวเขา มอบความรักความอบอุ่นให้เขา
มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาและชายหนุ่มก็กำลังจะให้ในสิ่งที่วิเศษมากๆสำหรับเขา...ชีวิตคู่...
แฮรี่กล้ำกลืนไม่ให้น้ำตาไหล
เขายิ้มด้วยความดีใจเกินจะบรรยาย
“ผมก็รัก
ป๊ะป๋า ไว้กลับมา ผมจะเป็นแม่ให้กับลูกของ ป๊ะป๋านะครับ” แฮรี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“สัญญานะ”
แช็ค พูดพลางก้มหน้า ให้หน้าผากลงมาทาบกับหน้าผากที่มีรอยแผลเป็นรูปดาวหกแฉกของแฮรี่
“สัญญาครับ
ผมจะกลับมาอยู่กับ ป๊ะป๋า”
แฮรี่พูดก่อนที่น้ำตาแห่งความสุขจะไหลลงมายามเมื่อริมฝีปากหนาแนบลงมาที่ริมฝีปากของเขา
ถึงจะไม่ได้จาบจ้วงอะไร แต่มันอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก...ไม่มีอะไรจะสุขเท่านี้อีกแล้ว...สำหรับเขา...
“จะบอกอะไรให้นะ
ยามใดที่อยากเจอ ป๊ะป๋า ก็ขอให้เรียกชื่อเต็มของ ป๊ะป๋า แล้ว ป๋าจะไปหา
ไม่มีใครสามรถเห็น ป๋าได้นอกจาก ป๋าจะอนุญาตให้เห็น ในยามที่ทุกข์ที่สุด
ป๋าจะไปอยู่เคียงข้างลูก ป๋าสัญญา” แช็ค
พูดก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะเปล่งแสงสีทอง ปีกสีทองอร่ามผุดขึ้นมาจากแผ่นหลังของเขาทำให้เขาดูเจิดจรัส
ราวกับเทวดาจากสรวงสวรรค์ “และเจอกัน แฮรี่”
แช็ค
เอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนที่แสงสีทองจะสว่างจ้าขึ้นจนแสบตา แล้วหายไปในเวลาต่อมา
เมื่อแฮรี่ลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าแช็คได้หายไปแล้ว เขามองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบชายหนุ่ม
แฮรี่ยิ้มกับสิ่งที่แช็ค พูดก่อนจากไป...ต่อให้เขาทุกข์ แช็ค ก็ไม่เคยทิ้งเขา...แต่เขาจะเข้มแข็ง...เข้มแข็งเพื่อป๊ะป๋าแช็ค...
แฮรี่หันหน้าไปยังบ้านเลขที่
4 ก่อนจะแสยะยิ้ม เขาเดินตรงไปยังประตูบ้านก่อนที่มันจะเปิดเอง
เขาเดินเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและคนแรกที่เขาพบก็คือ
ป้าหน้าม้าเพ็ตทูเนียที่น่ารักนั้นเอง...(ประชด)...
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรหรือจะพูดตามจริงคงเป็นกรี๊ดใส่หน้าเขาหรือด่าเขาต่างๆนาๆ
เธอก็นิ่งไป
“สวัสดีครับ ป้าเพ็ตทูเนีย
ไม่ได้พบกันซะนาน เอ๊ะ หรือไม่นานนะ ก็นะ ผมไม่รู้หรอกนะว่า
ช่วงเวลาของโลกมนุษย์มันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว” แฮรี่พูดยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นโดยมีเพ็ตทูเนียเดินตามมาด้วย
เธอไม่ได้เหม่อลอย เธอมีสติครบถ้วน แต่เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายของเธอได้
เมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น
เขาก็พบกับลุงร่างอ้วนที่นั่งอืดดูทีวีอยู่กับลูกชายที่มีขนาดร่างกายอ้วนเป็นตุ่มพอๆกับเขาบนโซฟา
แฮรี่มองด้วยใบหน้าที่ยังคงประดับรอยยิ้มก่อนที่เวอร์นอนจะเดินไปเพิ่มเสียงทีวีให้ดังจนแทบจะสุดและไปช่วยเพ็ตทูเนียปิดหน้าต่างและประตูให้เรียบร้อยก่อนที่ทั้งคู่จะลงไปนั่งบนพื้นกับลูกชายของพวกเขาดัดลีย์ที่ลงไปนั่งรออยู่แล้ว
ในขณะที่แฮรี่เดินไปนั่งบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์
“โซฟาอุ่นดีนะครับ”
แฮรี่พูดก่อนที่ดวงตาสีเขียวจะปรายตามองทั้ง 3 คนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
เขาคิดว่าทั้งสามคนในตอนนี้คงกำลังเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพของมัมมี่เป็นแน่
และคงกำลังก่นด่าเขาในใจเป็นแน่ แต่แฮรี่เลือกที่จะไม่ใส่ใจเรื่องพวกนั้น เพราะเหตุผลที่เขามาที่นี่
ไม่ใช่เพราะมาเพื่อสนใจพวกมันในวาระสุดท้าย
แต่มาเพื่อมอบวาระสุดท้ายให้กับพวกมันต่างหาก...
“ผมแค่อยากจะบอกว่า
ผมให้อภัยพวกคุณ...แต่ผมจะไม่ไว้ชีวิตพวกคุณ ก็เท่านั้นเองแหละครับ”แฮรี่พูดด้วยรอยยิ้ม
ดวงตาสีเขียวมรกตเป็นประกายสีฟ้าจนดูราวกับมีขุมพลังบางอย่างอยู่ในดวงตาของเขา
ร่างกายของทั้งสามคนเกร็งก่อนที่ร่างของพวกเขาจะลอยขึ้นมาจากพื้น
ร่างทั้งสามดิ้นทุรนทุราย
เลือดไหลออกมาจากปากพร้อมกับกล่องเสียงที่กระเด็นไปตกอยู่บนพื้น
“ขอโทษด้วยนะครับ
ผมไม่อยากได้ยินเสียงน่าสะอิดสะเอียนของพวกคุณ” แฮรี่ ยังคงยิ้ม
เขาไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยเพราะว่าสำหรับเขา คนพวกนี้สมควรโดนแบบนี้
สมควรโดนในสิ่งที่เขาเคยเผชิญ
โซ่เส้นเขื่องที่มีตะขออยู่ตรงปลายโผล่ออกมาจากพื้นแล้วเกี่ยวเข้าตามผิวหนังบนร่างกายของทั้งสามคน
ตะขอพวกนั้นตรึงร่างทั้งสามไว้กลางอากาศซึ่งสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก
และถ้าตะขอนั่นดึงแรงอีกนิด...พวกเขาก็จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
“เอาล่ะ
จะเริ่มยังไงดีนะ” แฮรี่พูดก่อนจะลุกขึ้นยืน ดวงหน้าสวย เงยหน้าขึ้นมองร่างทั้งสามอย่างพิจารณาว่าจะฆ่าพวกมันยังไงดี
ดวงตาสีมรกตหันไปมองร่างอ้วนของ เวอร์นอน เดอร์ลีย์
ไอ้อัปลักษณ์ที่เขาเสียความบริสุทธิ์ไปให้ แฮรี่สุดแสนจะเสียดาย
เพราะเขาอยากให้ครั้งแรกของเขาเป็นของแช็ค ...ถึง แช็ค
จะได้ครั้งที่สองของเขาไป...แต่ฝันร้ายที่ไอ้เวรนี่เอามาฝังหัวของเขา
มันทำให้เขารู้แล้วว่าจะฆ่าใครก่อนดี...
“เวอร์นอน
เดอร์ลีย์ คุณจำได้มั้ยว่าคุณเคยทำอะไรผมไว้?” แฮรี่ถามพลางแสยะยิ้ม ลวดหนามนับร้อยผุดขึ้นมาจากพื้นในขณะที่โซ่ตะขอได้ดึงให้ขาของเวอร์นอน
แยกออกกว้าง “คงจำไม่ได้หรอกมั้ง งั้นผมจะช่วยเตือนความจำและทำให้คุณชดใช้เอง”
สิ้นคำพูดของแฮรี่
ลวดหนามเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปในรูทวารของชายร่างอ้วน ทีละเส้นๆ
ซึ่งมันทำให้เวอร์นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน สามเส้นแรกที่เข้าไปได้แทงทะลุท้องกลมๆนั้นออกมาพร้อมกับเลือดและก้อนเนื้อซึ่งมันยิ่งทำให้เวอร์นอนดิ้นแรงขึ้นจนแขนข้างหนึ่งของเขาหลุดออกมาจากโซ่ตะขอ
แต่ทว่า แขนข้างนั้นกลับเหวอะหวะ ผิวหนังถูกดึงออกไปเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีแดงกับไขมันเหลวที่ไหลลงมากองกับพื้น
ซึ่งผิวหนังส่วนที่เคยอยู่บนแขนอ้วนๆนั้นติดอยู่บนโซ่ตะขอ แต่เป็นอิสระได้ไม่นาน
ลวดหนวามก็เข้ามาพันแขนข้างที่เป็นอิสระของเวอร์นอน
หนามแหลมของลวดรัดเข้าไปในเนื้อราวกับกำลังคั้นน้ำออกจากลำแขนอ้วนๆนั้นซึ่งแน่นอนว่ามันต้องคั้นได้เพียงแค่น้ำเลือดกับไขมันที่ไหลลงมากองอยู่บนพื้นพรหม
“แต่
แค่นี้มันยังน้อยไปแหะ” แฮรี่ พูดนิ่งๆ ก่อนที่ลวดหนามอีกหลายสิบเส้นและโซ่ตะขอจะผุดขึ้นมาจากทั้งพื้นและเพดาน
แล้วพุงตรงเข้ารัดและฉีกกระชากเนื้อกับกระดูกออกมาจากร่างกายอ้วนป้อมของเวอร์นอนจนในตอนนี้
ร่างของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับชิ้นเนื้อที่ไร้ชีวิตซึ่งกระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง...
เพ็ตทูเนียกรีดร้องในลำคอทั้งๆที่ไร้กล่องเสียงทำให้เธอยิ่งกระอักเลือดมากขึ้นเพราะเส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นยิ่งแตกหนักกว่าในคราแรกที่แตกมากอยู่แล้ว
ด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามดิ้นแต่มันก็เป็นการทำให้ตัวองเจ็บซะเปล่าๆ
แฮรี่หันมามอง
ยัยป้าหน้ายาวด้วยใบหน้านิ่งๆก่อนจะยิ้มให้กับเธอแล้วลวดหนามนับสิบก็พุงตรงไปที่ขาของเธอ
ลวดหนามเหล่านั้นพุ่งเข้าไปในขาของเพ็ตทูเนียก่อนจะรัดกระดูกของเพ็ตทูเนียแล้วดึงออกมาราวกับปลอกเปลือกกุ้ง
ในขณะที่ดัดลีย์ถูกลวดหนามบีบรัดจนทั้งไขมันทั้งเลือดไหลออกมาจากร่างกาย ผ่านไปสักพัก
แฮรี่ก็ปล่อยร่างของสองแม่ลูกในลงมากองอยู่บนพื้นในสภาพที่ทั้งเนื้อทั้งตัวนั้นอาบไปด้วยเลือด
ขาของเพ็ตทูเนียนั้นไร้กระดูกเพราะถูกดึงออกไปจนหมด
ใบหน้าถูกโซ่ตะขอเกี่ยวแล้วดึงจนหนังหน้าหลุดไปครึ่งหน้า
แขนนั้นแหวะหวะไม่ต่างจากหน้าเช่นเดียวกับลำตัวที่ผิวหนังส่วนท้องหายไปทำให้ไส้นั้นไหลลงมากองกับพื้นและถูกยัดเพิ่มด้วยลวดหนามี่ขยับไปมาราวกับตัวหนอน แต่ในความรู้สึกของเพ็ตทูเนียมันคงเหมือนกับการมีพยาธิในท้อง
ซึ่งพยาธิที่ว่านั้น แค่ขยับเพียงครั้งเดียวก็ทำเอาเธอเจ็บเจียนตายแล้ว แต่กับดัดลีย์นั้น
เขาถูกเอาโซ่ตะขอเกี่ยวเพดานปากราวกับปลาที่ถูกเบ็ดเกี่ยวปาก
แล้วถูกบังคับให้กลืนลวดหนามนับสิบเส้นเข้าไปในท้อง
ซึ่งในตอนนี้มันค่อยๆพุ่งทะลุออกมาจากตัวเขาแล้วเลื้อยออกมาจากตัวของเด็กอ้วนช้าๆ
ซึ่งสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับเด็กชายเป็นอย่างมาก
“อย่าห่วง
ผมไม่ให้พวกคุณตาย ง่ายๆหรอก...เอ๊ะ...หรือจะง่ายดีนะ” แฮรี่พูด
ทำให้เพ็ตทูเนียหันมามองก็พบกับร่างของสามีเธอที่ถูกจับเย็บขึ้นมาใหม่นั่งอยู่บนโซฟา
ซึ่งแน่นอนว่าเวอร์นอนนั้นตายไปแล้ว หรืออาจยังไม่ตายก็ได้
เพราะว่าร่างที่นั่งอยู่บนโซฟานั้นยังคงหายใจอยู่!!...
แฮรี่เพียงแค่เดินไปรอบๆห้องซึ่งทุกๆก้าวที่เขาเดินนั้น
มีเปลวไฟติดไปตามพื้นที่เขาเหยียบ...เพ็ตทูเนียเริ่มรู้สึกกลัวมากขึ้นจนสติแทบแตก
เธอพยายามตะเกียดจะกายร่างของเธอไปที่ประตู ด้วยมือทั้งสองข้างที่ยังพอใช้ได้ แต่แล้วความหวังของเธอก็หายไปเมื่อ
แฮรี่ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกไหม้ไปทั่วห้องนั่งเล่น ทุกๆอย่างติดไฟเกือบหมดยกเว้นร่างกายของแฮรี่
ที่ดูออกจะส่องสว่าง เจิดจรัสท่ามกลางเปลวเพลิง แฮรี่มองมาที่เธอด้วยใบหน้านิ่งเรียบแล้วแสยะยิ้มก่อนจะหยิบค้อนปอนด์ออกมาจากเปลวไฟแล้วใช้มันทุบไปที่มือทั้งสองข้างของเธอจนมันเละไม่มีชิ้นดีหลังจากนั้นค้อนปอนด์ก็ลุกไหม้แล้วหายไป
ก่อนที่ลวดหนามจะแทงเข้าไปในแขนของเพ็ตทูเนียแล้วดึงกระดูกของเธอออกมาจนหมด
“จงเรียนรู้ความทรมานที่ถูกไฟเผาซะ!!” แฮรี่ กู่ร้องพร้อมกับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำแล้วไหม้ร่างของครอบครัวเดอร์ลีย์
แฮรี่มองภาพของทั้งสามที่ถูกไฟเผานิ่งก่อนจะเดินออกไปจากบ้านที่ถูกไฟเผา
แฮรี่ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ที่จริง เขาต้องยอมรับว่าเขารู้สึกผิดนิดๆ แต่ไม่ช้าก็เร็ว
พวกเขาก็ต้องตาย แล้วทำไมจะไม่ตายตอนนี้ไปเลยล่ะ
ทำไมต้องรอให้พวกมันชดใช้ในอีกหลายๆปีข้างหน้าแทนที่จะให้พวกมันชดใช้ในตอนนี้เลย
เขาหันกลับไปมองบ้านที่กำลังถูกไฟเผาก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา
ที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ว่า เขาดีใจ สะใจหรือว่าเสียใจกันแน่
แต่ที่แน่ๆเขาคงไม่เสียใจหรอก...ไม่แน่นอน...มันคงเป็นความรู้สึกสะใจกระมัง...
แฮรี่รับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ที่เขาเดาว่า
น่าจะเป็นพวกพ่อมดแม่มดเป็นแน่ซึ่งมันเป็นสัญญาณว่า
ช่วงเวลาแห่งโชคชะตาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
เขาค่อยๆนั่งลงไปบนพื้นแล้วเอนตัวลงนอนตะแคงข้างแสร้งทำเป็นล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วหลับตาลง
รอเวลา...ที่ชะตาจะดำเนินต่อไป...
.
.
.
มายามนี้
โลกเวทมนต์ถูกปกครองโดยลอร์ดมืด โวลเดอมอร์
ซึ่งเขาเป็นทั้งรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์และอาจารย์ใหญ่ของ ฮอกวอตส์ ส่วน
ดัมเบิลดอร์เรียกตัวเองซะหรูว่าหัวหน้ากลุ่มต่อต้าน ทำเพื่ออิสรภาพ บลาๆๆๆ ภายใต้ชื่อ
ภาคีนกฟินิกซ์ ซึ่งชื่อของสัตว์ประจำภาคีนั้นเป็นอะไรที่น่าสงสารมากเพราะถูกพวกเฮงซวยมาแอบอ้าง ตามที่ แช็ค เคยกล่าวไว้ โลกเวทมนต์เสื่อมโทรมลงอย่างน่าใจหาย
ถ้าบอกว่าที่นี่คือเมืองฮัลโลวีนจะน่าเชื่อเสียมากกว่า ในทางกลับกัน
เมืองฮัลโลวีนที่ราชอาณาจักรการ์เดียนยังจะดูดีซะกว่า
ความจริงหลายๆอย่างถูกลบออกจนหมดแล้วถูกแทนที่ด้วยคำโกหกหลอกลวง...และพวกผู้วิเศษก็ดันโง่เชื่ออะไรได้โดยง่าย...ไม่มีคิดที่จะไตร่ตรองให้ดีๆซะก่อนแล้วค่อยเชื่อซะงั้น...
แฮรี่ถูกจับเข้าคุกอัซคาบันทั้งๆที่ยังเด็ก
และเพราะแบบนั้นเขาจึงไม่ถูกลงโทษขั้นประหารในข้อหาฆ่ามักเกิ้ล โดยโดนผู้คุมวิญญาณจุมพิต
ซึ่งนั้นเป็นเรื่องดี...อยู่เล็กน้อย...ด้วยเหตุนี้จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
พวกผู้วิเศษขาดการไตร่ตรองกันขนาดไหน...ไม่มีสืบสวนสอบสวน
เห็นปุ๊บจับปั๊บ...ไม่ต่างอะไรจากพวกมักเกิ้ลแล้วยังมามีหน้ามาว่าตัวเองสูงทรงเหนือกว่าผู้อื่น
โดยเฉพาะพวกเลือดบริสุทธิ์ ไม่รู้ว่าทำลูกหลานกลายเป็น สควิป หรือเป็นหมั้น
พิกาลกันไปกี่คนแล้ว...ช่าง งี่เง่าสิ้นดี...แต่
เขาก็เป็นคนฆ่าครอบครัวเดอร์ลีย์จริงๆนั้นแหละ
ซึ่งถ้าพวกนี้เข้าข้างเขาบ้างแล้วลดอคติกับเขาลง ถามความคิดเห็นของเขาสักนิด...มันคงจะดีกว่านี้...และพวกเดอร์ลีย์คงจะโดนลงโทษเหมือนตายทั้งเป็นซึ่งแฮรี่ขอเลือกให้พวกมันตายไปเลยดีกว่าเพราะว่าเขาไม่อยากให้พวกมันอยู่หายใจร่วมโลกกับเขา...
ผู้วิเศษกว่าครึ่งของอังกฤษมองเห็นเขาในร่างอัปลักษณ์แล้วพากันรังเกียจเขาแทนที่จะสงสาร แฮรี่ถูกตัดสินโทษให้ไปเป็นทาสของ เซเวอรัส
สเนป ซึ่งถูกล้างสมองว่า แม่ของเขาหรือเจมส์ พอตเตอร์ ชอบแกล้งเซเวอรัสเสมอๆ และ
สเนป ชอบลินลี่ ไม่ใช่เจมส์ ด้วยเหตุนี้ สเนป จึงรังเกียจเขาและแกล้งเขาทุกๆวิธีเท่าที่จะทำได้
ไม่ต้องพูดถึงหลายๆคนในโลกเวทมนต์ที่แกล้งเขาได้ทุกเมื่อเชื่อวัน...แต่
ถ้าพวกมันอยากจะแกล้งเขาก็เชิญตามสบาย...แล้วพอถึงวันที่โลกเวทมนต์จะล่มสลาย...เขาจะขอสะใจกับสีหน้าเจ็บปวดทรมานของพวกมันทีเถอะ...
++++++++++++++++++++++++++++
หนึ่งอาทิตย์ที่แฮรี่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน
ฮอกวอตส์ กับการถูกกระทำเยี่ยงทาส หรืออาจแย่กว่านั้น...แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
เขาถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดและตัวน่ารังเกียจ
มาตอนนี้เขายังไม่เจอใครที่มองเห็นร่างที่แท้จริงของเขาเลยสักคน
จนบางทีเขาก็แอบคิดประชดว่า
ผู้ที่สมควรรอดจากโลกเวทมนต์ที่กำลังจะโดนทำลายคงไม่มีอยู่หรอก
มีแต่พวกที่สมควรถูกทำให้กลายเป็นมักเกิ้ลสะให้เข็ด...ไม่สิ...ทำให้กลายเป็นมักเกิ้ลตลอดไปเลย
น่ะดีแล้ว...และปล่อยให้พวกมันเน่าตายอย่างไร้ค่า...อยู่อย่างมนุษย์แล้วตายอย่างมนุษย์ซะ...นั่นคือสิ่งที่พวกมันทุกคนสมควรได้รับ...
ทุกๆวันที่
สเนป สอน เขาจะต้องไปคอยทำความสะอาดพวกอุปกรณ์ปรุงยาที่พวกนักเรียนใช้ ในบางครั้งพวกเด็ก
งี่เง่านั้นก็จะโยนพวกวัตถุดิบในการปรุงยาลงพื้นหรือโยนมาทางเขา
หรือไม่ก็แกล้งทำตกให้พื้นห้องเลอะเทอะ แล้วคนที่ต้องทำความสะอาดก็ต้องเป็นเขา ที่จริง เขาแค่พูดคำว่าสะอาด
ห้องทั้งห้องก็สะอาดแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่เขาต้องระวังเรื่องการใช้พลัง ดังนั้น การไม่ใช้พลังเลยจะปลอดภัยที่สุด
ถึงจะลำบากนิดหน่อย แต่เขาก็ทนได้...ลำบากตอนนี้...สะใจในตอนหน้า(?)...มีแต่คุ้มกับคุ้ม...มั้งนะ...
ตามชะตากรรมแล้วในปีนี้
แฮรี่เพียงแค่ต้องอยู่ที่นี่และคอยระวังไม่ให้พวกภาคีกิ๊กก๊อกของ
ดัมเบิลดอร์เข้ามาขโมยศิลาอาถรรพ์ที่ถูกซ่อนอยู่ในโรงเรียน ...ก็แค่นั้น... แต่อุปสรรคที่ทำให้เขาอยากจะให้โลกเวทมนต์มันล้มสลายไปตอนนี้เลยก็คือ...
“ไอ้ตัวประหลาด!!”...ไอ้เด็กเวรพวกนี้ เนี้ยแหละ...
ที่จริง
จะว่ากันตามตรง เขาก็อยู่ในร่างของเด็กอายุ 11 นี่นะ ถึงอายุจริงของเขาจะ 17
แล้วก็เถอะ ...ช่างเรื่องนั้นไป...แต่เขาล่ะรู้สึกอยากสาปเจ้าพวกนี้ให้พวกมันพิกลพิการ
ทรมานอย่างแสนสาหัสจริงๆ
ด่าเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ นี่เขาต้องทนโดนเจ้าเด็กพวกนี้ด่าว่าแบบนี้ไปตลอดเวลา
7 ปีที่อยู่ที่นี่สินะ...ให้ตายเถอะ...
โดยเฉพาะไอ้เด็กหัวทอง มัลฟอย เดินผ่านกันที
ถ้าวันไหนไอ้เจ้าเด็กบ้านั้นไม่ทักเขาแบบเจ็บๆแสบๆ วันนั้น เซเวอรัส สเนป
คงจะมาขอเขาแต่งงานเป็นแน่แท้...(ประชด)
แฮรี่ต้องทนเดินไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยเสียงของพวกชั้นต่ำที่ด่าทอเขาต่างๆนานา พูดว่าเขาทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลย
ทำตัวเป็นพวกโง่เขลา และเขาก็ทำได้เพียงแค่เงียบ
เป็นเด็กใบ้ที่ไม่สามารถพูดโต้ตอบหรือพูดอะไรได้ ในบางครั้งเขาอยากจะร้องไห้ที่
ตามความรู้สึกของเด็กที่โดนรังแกแล้วไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ แต่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกโทรมๆใบนี้
เพราะเขายังพอมีเพื่อนอยู่บ้าง อย่างเช่น
พวกผีใน ฮอกวอตส์ เป็นเพื่อนที่ดีกับเขามากๆ ต้นวิลโลว์ เก่าแก่หรือ ต้น วิลโลว์
จอมหวดก็เป็นเพื่อนที่ดี รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตในป่าต้องห้าม ที่เป็นมิตรกับเขามากๆ
นอกจากนี้เขายังได้พบกับห้องแห่งความลับและบาซิลิสก์ ซึ่งมันน่ารักมากๆ
เขาจึงเรียกมันว่า บาซี่ ห้องแห่งความลับกลายเป็นฐานลับที่แฮรี่ชอบมาที่สุด
เขาใช้เวทมนต์เนรมิต เปลี่ยนห้องเน่าๆให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นที่แสนจะอบอุ่นและสบายซึ่งบาซิลิสก์ก็ชอบมัน แถมเขายังได้นกฟินิกซ์ ที่ชื่อ ฟ็อกซ์นี่
มาเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งเจ้านกฟินิกซ์ตัวนี้ เคยอยู่กับ
ดัมเบิลดอร์มาก่อนแล้วหนีออกมา และ ฮิปโปกริฟ ชื่อ บัคบิ๊ก ที่หนีออกมาจากกลุ่มพวกผู้ต่อต้านเช่นกัน เอาเป็นว่า
เขายังไม่มีเพื่อนที่เป็นมนุษย์เลยสักคนและคงจะไม่มีวัน...
ในช่วงวันหยุด
คริสต์มาสซึ่งแฮรี่ ถูกทิ้งไว้ที่ ฮอกวอตส์ เขาได้มีเวลาที่สนุกสนานอย่างเต็มที่
และมีเวลาที่จะได้ทำในบางสิ่งบางอย่างที่สมควรทำก่อนจะไปฆ่าพวกเดอร์ลีย์
ซึ่งนั้นก็คือจัดการกับเผ่าพันธุ์คดโกงอย่าง เผ่าพันธุ์ ก็อบลิน...
แฮรี่ไปที่ กริงก็อตส์แล้วจัดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ก็อบลินจนหมด โทษฐานที่มันคดโกงพ่อแม่และคนของเขา คอรับชั่นได้อย่างน่ารังเกียจและขี้งกได้อย่างน่าขยะแขยง...เผ่าพันธุ์อย่างพวกมันสมควรหายไป...
ส่วนเรื่องสมบัติของเขาทั้งหมดที่อยู่ในธนาคารเส็งเครงนี่ เขาก็ได้ย้ายไปไว้ที่ราชอาณาจักรการ์เดียนจนหมด...แค่นั้น...ส่วนเรื่องสมบัติของคนอื่นๆ...ก็เรื่องของพวกมัน...ไม่เกี่ยวกับเขา...น่าสนุกดีเหมือนกัน
ถ้าพวกมันรู้ว่าคนดูแลธนาคารหายไป พวกมันจะทำหน้ายังไงกันนะ...
แฮรี่กลับมาที่
ฮอกวอตส์ ซึ่งล้างผู้คน แต่ที่ห้องแห่งความลับไม่ล้าง...เขาจึงลงไปที่ห้องแห่งความลับ
ชวนพวกผีและสัตว์วิเศษในป่าต้องห้ามมาฉลองปาร์ตี้ คริสต์มาสอย่างสนุกสนานและมีความสุข...แต่มันก็แค่อาทิตย์เดียว
เพราะพอหมดช่วงวันหยุด เขาก็ต้องมาเผชิญกับพวกงี่เง่าทั้งหลายอีกครั้ง
แต่วันนี้มันมีอะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้นตั้งแต่เช้า
ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ข่าวเรื่องที่พวกก็อบลิน หายไปอย่างลึกลับแล้วต้องให้คนไปดูแลทรัพย์สมบัติใน
กริงก็อตส์ แทนพวก ก็อบลิน ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีการระแวงกัน กลัวจะมีการอายัด
แอบขโมยเล็กขโมยน้อย แต่จะให้ทำยังไงได้ ....ซึ่งเขาสะใจอยู่ไม่น้อยกับความวุ่นวายของพวกมัน...
ในช่วงเย็น
พวกภาคีแอบบุกเข้ามา แล้วปล่อยโทรลล์ ออกมาอาละวาด โชคร้ายของเขาที่ต้องมายืนมองพวกมันวิ่งเป็นมดแตกรังหนีโทรลล์ภูเขาโง่ที่ออกมาถ่วงเวลาให้กับพวกที่ไปเอาศิลาอาถรรพ์บนชั้นสาม
ซึ่งของจริงน่ะถูกเขาทำลายไปแล้วเรียบร้อยเมื่อวันคริสต์มาส และเขาก็ไม่ต้องกลัวว่านิโคลัส เฟลมเมลจะ
โกรธอะไรเขา เพราะว่า นิโคลัส เฟลมเมลก็คือ ป๊ะป๋าแช็ค นั้นแหละ เพราะฉะนั้น
สบายหายห่วง ส่วนที่อยู่ในห้องนั้น
ก็เป็นเพียงแค่ศิลาปลอมที่อาบไปด้วยยาพิษสูตรพิเศษ
ใครกินเข้าไปก็จะได้บันเทิงไปกับความทรมานเป็นแน่
สำหรับอาการของ
ดาร์กลอร์ด เขาต้องแอบเข้าไป วางยา โวลเดอมอร์ เพื่อให้อีกฝ่ายหายจากอาการบ้า แต่มันก็ต้องใช้เวลา...
ไหนจะต้องใช้เวลาในช่วงวันหยุดอันน้อยนิดไปหาเศษดวงวิญญาณของโวลเดอมอร์แล้วนำมาผสมกับยาให้โวลเดอมอร์ดื่ม
...มันไม่ใช่เรื่องง่าย... แต่ก็ไม่ได้ยาก...
เพราะว่าเขาสามารถเข้าออกห้องของอาจารย์ใหญ่ได้อย่างอิสระเพราะกรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของผืนแผ่นดิน
ฮอกวอตส์ เขาจึงสามารถควบคุมทุกๆอย่างได้อย่างใจนึกโดยไม่ต้องใช้พลังอะไรมาก...แต่ใช่แค่ในเรื่องนี้และในบางเรื่องที่จำเป็นก็พอ...เพื่อความปลอดภัย...
สรุปคือ พวกภาคีกิ๊กก๊อกก็ได้ศิลาอาบยาพิษไปให้ตาแก่เคราขาว
...มันจะกินหรือไม่กิน ก็แล้วแต่ความโง่กับความฉลาดของมันจะเอื้ออำนวย...
จบไปอีก 1
ชะตากรรมง่ายๆ...หรือเขาต้องเรียกว่าภารกิจกันนะ
แต่ช่วงเวลาในระหว่างนั้น เขาก็ต้องมานั่งรับใช้ เซเวอรัส สเนป
ที่ใช้เขาเก่งยังกับไม่เคยมีคนใช้มาก่อน
น่าเสียดายที่ตามชะตากรรมเขาไม่สามารถช่วยให้ใครหลายๆคนกลับมาเป็นอย่างที่มันควรจะเป็นได้
นอกจากปล่อยไปเลยตามเลย...เพราะถ้าเขาช่วย สเนป เขาคงจะมีพันธมิตรที่ดี...
“มันยังไม่สะอาด
ไปขัดใหม่สะ” สเนปสั่งเสียงเย็นพร้อมกับโยนหม้อที่เขาเพิ่งขัดไปลงพื้น
ซึ่งมันจะสกปรกก็เพราะ สเนป โยนมันลงไปบนพื้นนั้นแหละ
แฮรี่จำต้องหยิบมันขึ้นมา
แล้วนำมาขัดใหม่ อย่างเซ็งๆ
ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆกับสายตาที่ชายหนุ่มจ้องมองมาที่เขา
แต่สิ่งที่เขารับรู้ได้มีเพียงความรู้สึกรังเกียจ...ให้ตายเถอะ...ถ้าเขาได้เจอกับตาแก่นั้นเมื่อไร
เขาจะทำให้มันได้ชดใช้ที่บังอาจมาทำร้ายเพื่อนของพ่อแม่เขา...แต่ก็ใช่ว่าเขาจะให้อภัย
สเนป...อีกฝ่ายเองก็ต้องชดใช้ที่ทำร้ายเขา...แต่จะด้วยวิธีไหนนั้น
ก็ต้องรอดูกันต่อไป...
++++++++++++++++++++++++++++++++++
TBC.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น